หนุ่มเมียนมาคลุ้มคลั่งไล่ทำร้ายชาวบ้าน ตำรวจล้อมจับวุ่น

แรงงานชาวเมียนมาวัย 32 ปี คลุ้มคลั่งถือมีดไล่แทงชาวบ้าน ตำรวจปิดล้อมเกลี้ยกล่อม ก่อนกระโดดตึกหนีบาดเจ็บสาหัส

แรงงานชาวเมียนมาวัย 32 ปี เกิดอาการคลุ้มคลั่งถือมีดสปาต้าไล่ทำร้ายชาวบ้านภายในหอพักย่านประชาอุทิศ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุและพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน แต่ผู้ก่อเหตุกลับพยายามใช้อาวุธมีดเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ ก่อนตัดสินใจกระโดดจากชั้น 3 หลบหนี ส่งผลได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่เศษกระจกจากจุดเกิดเหตุหล่นใส่รถยนต์ของชาวบ้านได้รับความเสียหาย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุแรงงานชาวเมียนมาคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดไล่ทำร้ายชาวบ้าน ภายในซอยประชาอุทิศ 28 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังสายตรวจ

หนุ่มเมียนมาคลุ้มคลั่งไล่ทำร้ายชาวบ้าน ตำรวจล้อมจับวุ่น

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น ดัดแปลงเป็นห้องเช่า เลขที่ 1022/40 ภายในซอยประชาอุทิศ 28 โดยบริเวณชั้น 3 พบผู้ก่อเหตุทราบชื่อ นายชัตมินทู อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมา อยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ถืออาวุธมีดสปาต้าใบมีดสีเงิน ด้ามสีดำ กวัดแกว่งไปมา พูดจาไม่รู้เรื่อง และมีท่าทีจะเข้าทำร้ายผู้ที่อยู่ใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้วางอาวุธ แต่ผู้ก่อเหตุกลับพยายามใช้อาวุธมีดเข้าทำรายเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน ก่อนตัดสินใจกระโดดลงจากชั้น 3 ของอาคารพร้อมอาวุธมีดเพื่อหลบหนี จากความสูงประมาณ 5-6 เมตร ทำให้ร่างตกกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนหมดสติ หายใจรวยริน ไม่สามารถตอบสนองหรือขยับร่างกายได้

หนุ่มเมียนมาคลุ้มคลั่งไล่ทำร้ายชาวบ้าน ตำรวจล้อมจับวุ่น

แรงกระแทกยังทำให้กระจกบริเวณอาคารแตกกระจาย เศษกระจกปลิวตกใส่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว ทะเบียน 6ขก 9089 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย ทั้งกระจกหน้าและฝากระโปรงรถมีรอยขีดข่วนและสีถลอก

อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบและประเมินอาการผู้บาดเจ็บ ก่อนประสานหน่วยแพทย์ฉุกเฉินระดับสูง (ALS) ในระบบเอราวัณเข้าช่วยเหลือ โดยทีมแพทย์ได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางปะกอก 8 อย่างเร่งด่วน

ภายหลังตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบอาวุธมีดสปาต้า 1 เล่ม ตกอยู่ใต้ท้องรถยนต์ที่จอดอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงเก็บไว้เป็นของกลางประกอบสำนวนคดี ส่วนเจ้าของรถที่ได้รับความเสียหายอยู่ระหว่างประสานบริษัทประกันภัยเข้าประเมินความเสียหาย และเตรียมเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป