- 14 ก.ค. 2569
จุกอกคนอ่าน! พี่สาวเผยนาทีเฉียดตายเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พยายามช่วยน้องสุดชีวิต แต่ไฟลุกท่วมกลืนหายใน 5 นาที!
"น.ส.อุษา" พี่สาวของ "นายสุวิชชา - น.ส.นํ้าทิพย์" ผู้เสียชีวิต ได้เล่าถึงนาทีหนีตายจากเหตุการณ์พลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่า ตนพยายามทุบกระจกช่วยน้องแล้ว แต่ควันทึบและไฟบุกลามเร็วมาก ไม่ถึง 5 นาที ดับคู่รัก เจ็บสาหัสอีก 1 ราย ย้ายโต๊ะเฉียดตาย ได้กลิ่นแก๊สก่อนบึ้ม จากอุบัติเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงชื่อดัง โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว
โดย น.ส.อุษา ได้เปิดเผยเรื่องราวสุดสลดใจในคืนเกิดเหตุว่า ตนเองเดินทางมาเที่ยวกับน้อง ๆ และเพื่อนรวม 5 คน ในตอนแรกนั่งอยู่บริเวณด้านหลังร้านใกล้กับห้องน้ำ แต่รู้สึกว่าพื้นที่ค่อนข้างแคบอึดอัด จึงตัดสินใจย้ายมานั่งบริเวณข้างเวที ซึ่งกลายเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับต้นเพลิงในเวลาต่อมา ระหว่างที่กำลังนั่งดื่มกินกันอยู่ ตนเริ่มได้กลิ่นคล้ายแก๊สโชยมาอย่างรุนแรง จึงรู้สึกไม่ดีและชวนน้องที่นั่งอยู่ด้วยกันเดินออกจากร้าน นาทีเฉียดตาย วิ่งกลับไปช่วยเพื่อนแต่หนีไม่ทัน
"เมื่อตนเองเดินพ้นประตูร้านออกมาได้ไม่ถึง 1 นาที ก็หันไปเห็นกลุ่มควันโชยขึ้นมาเล็กน้อยบริเวณเวทีดนตรี ด้วยความห่วงเพื่อนที่ยังอยู่ข้างใน จึงให้น้องวิ่งกลับเข้าไปตามเพื่อนให้รีบออกมา แต่เพียงไม่นาน น้องก็ต้องวิ่งกระเจิดกระเจิงกลับออกมา โดยมีเปลวไฟพวยพุ่งไล่หลังตามมาอย่างน่ากลัว ตอนนั้นตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่กำลังถูกไฟไหม้ พยายามจะช่วยน้อง ๆ ด้วยการหยิบเก้าอี้แถวนั้นมาทุบกระจกจากด้านนอกร้าน และตะโกนเรียกให้ทุกคนวิ่งมาตามเสียง แต่สิ่งที่เห็นคือด้านในมืดสนิท เต็มไปด้วยกลุ่มควันหนาทึบ" น.ส.อุษากล่าว
หลังเพลิงสงบลงเล็กน้อย เธอพยายามจะฝ่าเข้าไปตามหาตัวน้อง ๆ ด้านในอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากความร้อนที่รุนแรงและควันไฟที่หนาทึบเกินกว่าจะรับไหว ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ทำให้ผู้ที่ติดอยู่ด้านในหนีออกมาไม่ทัน
ดับ 2 ราย บาดเจ็บสาหัสในห้องไอซียูอีก 1 ราย**
เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้กลุ่มของ น.ส.อุษา ที่มาด้วยกัน 5 คน ต้องสูญเสียสมาชิกไปถึง 2 คน คือ นายสุวิชชา ศิริสลุง และ น.ส.นํ้าทิพย์ ทับสุข ที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วน น.ส.จีจี้ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ปัจจุบันยังคงนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
เมื่อถามถึงระบบความปลอดภัยของร้าน น.ส.อุษา ระบุว่า ร้านนี้ถือเป็นร้านประจำที่มาบ่อย และไม่เคยพบสิ่งผิดปกติมาก่อน ทว่าในคืนเกิดเหตุเธอไม่ได้สังเกตเห็นป้ายทางหนีไฟเลย เห็นเพียงป้ายเดียวที่ระบุว่า เฉพาะพนักงาน ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีการปิดล็อกประตูร้านนั้น ตนไม่สามารถยืนยันได้ และในช่วงชุลมุนก็ไม่ทราบว่ามีพนักงานของร้านมาช่วยอพยพคนหรือไม่ เพราะทุกคนต่างอยู่ในอาการตื่นตระหนกและพยายามเอาชีวิตรอด
ใจสลายทิ้งลูกเล็ก 2 คน เผยเข็ดขยาดสถานบันเทิง**
ผู้รอดชีวิตกล่าวทั้งน้ำตาด้วยความโศกเศร้าว่า หากเลือกได้ไม่อยากให้น้องต้องมาจบชีวิตแบบนี้เลย เพราะน้องยังมีลูกเล็ก ๆ อีก 2 คนที่ต้องดูแล ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงคุณยายเป็นผู้ดูแลหลัก ตนรู้สึกเหมือนสูญเสียน้องสาวแท้ ๆ ไป และคงเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดของคนเป็นแม่ ทั้งนี้ ตนได้อยู่กับน้องจนถึงวินาทีสุดท้ายที่พบร่าง และร่วมเดินทางไปส่งที่สถาบันนิติเวช ก่อนจะกลับบ้านเพื่อตั้งสติ
ตลอดชีวิตไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน หลังจากนี้คงไม่พาน้องมาเที่ยวอีกแล้ว และส่วนตัวก็คงไม่อยากไปเที่ยวสถานบันเทิงที่ไหนอีก เพราะเราตั้งใจไปหาความสุข แต่กลับต้องสูญเสียคนสำคัญที่สุดในชีวิตไป
จี้ผู้ประกอบการเข้มความปลอดภัย วอนเยียวยารถเสียหาย
สุดท้าย น.ส.อุษา ได้ฝากอุทาหรณ์ถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิงทุกแห่ง ขอให้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์นี้และเพิ่มมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
เรื่องถังดับเพลิง ต้องจัดเตรียมให้เพียงพอ ตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและไม่หมดอายุ
เรื่องทางหนีไฟ ควรมีขนาดใหญ่เพียงพอต่อการอพยพคนจำนวนมาก
เรื่องประตูทางออก ควรใช้ ประตูแบบผลักเปิด ไม่ใช่ประตูเลื่อน เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉิน สัญชาตญาณของคนจะพุ่งผลักประตูเพื่อเอาชีวิตรอดทันที
นอกจากนี้ ในส่วนของความเสียหาย เธออยากเรียกร้องให้มีการเยียวยาความเสียหายทางทรัพย์สินอย่างรถยนต์ของผู้ประสบภัยด้วย เนื่องจากรถยนต์ของตนเองมีร่องรอยคล้ายถูกของมีคมขีดข่วนเป็นรอยลึกจากเหตุความวุ่นวายดังกล่าว แต่ในส่วนนี้เธอยังพยายามทำใจคิดว่าเป็นคราวเคราะห์และฟาดเคราะห์ไป
