- 15 ก.ค. 2569
สิ้นท่าคาเซฟเฮ้าส์! CIB บุกรวบตัวการบัญชีม้า โยงเพจปลอม "ร้านทองชื่อดัง" ตุ๋นเหยื่อเทรดหุ้นทองคำ สูญเงินจุกๆ กว่า 4 ล้าน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ, พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ. , พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.5 บก.ปปป.
รรท.ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์, พ.ต.ท.สุรโชค กังวานวาณิชย์, พ.ต.ท.ภาวัต เล็กธำรง และ พ.ต.ท.วรพจน์ ลลิตจิรกุล รอง ผกก.3 บก.ปอศ.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.รัฐชิน เจริญรัมย์ สว.กก.3 บก.ปอศ. , ด.ต.ธนบดินทร์ พรมรักษ์ , ด.ต.วราวุฒิ คงเพชร , ด.ต.วิทวัส เพ็งแก้ว และ จ.ส.ต.ปภาวิน เทพจันทร์ ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอศ
ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา นายสุบิน สงวนนามสกุล อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 12/2569 ลงวันที่ 7 มกราคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน,
เปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้ หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 22 ตำบลหนองหว้า อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว
พฤติการณ์ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2566 ขบวนการอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ใช้กลอุบายหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในลักษณะหลอกลงทุนทองออนไลน์ โดยใช้แรงจูงใจของประชาชนที่ต้องการสร้างรายได้เสริมมาเป็นเครื่องมือในการล่อลวง เริ่มแพร่ระบาดอย่างหนัก สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในวงกว้าง จนกระทั่งกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากได้ตัดสินใจรวมตัวกัน นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ.
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนร้ายมีการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบและมืออาชีพ โดยเริ่มจากการตั้งเพจเฟซบุ๊กปลอมที่แอบอ้างชื่อและนำตราสัญลักษณ์ (Logo) ของร้านทองและบริษัทค้าทองคำที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุด จากนั้นดึงดูดเหยื่อด้วยการทุ่มงบประมาณ
ยิงโฆษณา (Facebook Ads) เจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นบุคคลทั่วไป โดยชักชวนให้ร่วมลงทุน “เทรดหุ้นทองคำ” ที่ไม่มีอยู่จริง มีการโฆษณาชวนเชื่อการันตีผลตอบแทนในอัตราที่สูงลิ่วเกินจริงภายในระยะเวลาอันสั้นเพื่อกระตุ้นความโลภของเหยื่อ เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อทักเข้าไปสอบถาม กลุ่มคนร้ายจะส่งลิงก์แพลตฟอร์มลงทุนปลอมที่ทำเลียนแบบขึ้นมาให้สมัครสมาชิก ในช่วงแรกของการลงทุน กลุ่มคนร้ายจะจ่ายเงินปันผลให้จริงตามที่โฆษณาไว้ เพื่อสร้างความตายใจและกระตุ้นให้ผู้เสียหายโอนเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนที่สูงขึ้น ทว่า เมื่อผู้เสียหายหลงกลใส่เงินลงทุนเพิ่มไปเป็นหลักแสนหลักล้านและต้องการจะถอนเงินออกจากระบบ กลุ่มคนร้ายกลับอ้างเงื่อนไขต่างๆ เช่น ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม หรือระบบขัดข้อง ก่อนจะบล็อกช่องทางการติดต่อหนีหายไป ส่งผลให้กลุ่มผู้เสียหายกลุ่มนี้สูญเสียเงินรวมกันกว่า 4 ล้านบาท และจากการขยายผลเส้นทางการเงินของขบวนการนี้พบว่า เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึงกว่า 1,200 ล้านบาท จนนำไปสู่การอนุมัติออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการนี้รวมแล้วถึง 50 ราย
และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินบัญชีธนาคารของ นายสุบินฯ (ผู้ต้องหา) พบว่า เป็นหนึ่งในบัญชีม้าแถวสำคัญที่รับโอนเงินโดยตรงจากกลุ่มผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติออกหมายจับ และสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว จึงวางกำลังเข้าจับกุมได้ในที่สุด จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดได้จับกุมควบคุมตัว นายสุบินฯ ส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งทำการสอบสวนขยายผลทางคดีเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ทั้งกลุ่มผู้ร่วมขบวนการสายข้อมูล และกลุ่มผู้จัดหาบัญชีธนาคารม้าที่ยังคงหลบหนีอยู่ นำตัวมาเข้าสู่กระบวนตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองเห็นโพสต์รับสมัครงานออนไลน์ประเภทแอดมินเพจและแพ็คสินค้า จึงหลงเชื่อและถูกมิจฉาชีพหลอกให้เปิดบัญชีธนาคารใหม่ อ้างว่าเพื่อใช้รับเงินเดือน โดยตนเองต้องยอมส่งมอบชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน รหัส OTP รวมถึงการสแกนใบหน้าผ่านแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งให้กลุ่มคนร้ายไป โดยอ้างว่าไม่ทราบมาก่อนว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน : เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลโกงในลักษณะดังกล่าว โดยขอให้ตระหนักและระมัดระวัง 3 สิ่งสำคัญ คือ 1. อย่าหลงเชื่อตัวเลขผลตอบแทนที่สูงเกินจริง เนื่องจากการลงทุนที่มั่นคงและปลอดภัยไม่มีการันตีผลกำไรสูงลิ่วในระยะเวลาอันสั้น และอย่าให้ข้อมูลส่วนบุคคลและระวังโทษบัญชีม้า ห้ามส่งมอบ Username, Password, รหัส OTP หรือสแกนใบหน้าให้ผู้อื่นนำไปตั้งค่าบัญชีธนาคารเด็ดขาด ทั้งนี้ หากพบเบาะแสหรือสงสัยว่าตกเป็นเหยื่อ สามารถติดต่อสายด่วนศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) หรือ บก.ปอศ. ได้ทันที
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ต.รัฐชิน เจริญรัมย์ สว.กก.3 บก.ปอศ. โทร 089-6161-771
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
