- 16 ก.ค. 2569
โล่งอกปากช่อง! นร.หญิง ม.2 น้อยใจพ่อห้ามพกมือถือหนีเข้าป่าท้ายเขื่อนลำตะคอง กู้ภัย-ครูปูพรมค้นหา ล่าสุดคนตกปลาเห็นโพสต์ข่าวแจ้งเบาะแสส่งคืนอ้อมกอดครอบครัวปลอดภัย
นครราชสีมา (16 ก.ค. 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.40 น. ของวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถานปากช่อง ได้รับแจ้งเหตุระทึกขวัญจากผู้ปกครองว่า มีเด็กหญิงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้เดินหายตัวเข้าไปในพื้นที่ป่ารกทึบท้ายเขื่อนลำตะคอง บริเวณบ้านท่างอย ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และยังไม่กลับบ้าน เกรงว่าจะเกิดอันตรายเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเริ่มมืดค่ำ หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้จัดกำลังพร้อมไฟส่องสว่าง ร่วมกับคณะครูและเพื่อนนักเรียน นัดรวมตัวปูพรมออกเดินเท้าค้นหาในพื้นที่อย่างเร่งด่วน
จากการสอบถามคุณพ่อของนักเรียนหญิงรายดังกล่าว เปิดเผยถึงชนวนเหตุด้วยความเสียใจว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้ตักเตือนและสั่งห้ามไม่ให้ลูกสาวนำโทรศัพท์มือถือพกติดตัวไปโรงเรียน เนื่องจากอยากให้ตั้งใจเรียนหนังสือ คาดว่าเรื่องดังกล่าวทำให้ลูกสาวเกิดความน้อยใจเป็นอย่างมาก จึงเดินเท้าออกจากบ้านและเตลิดหายเข้าไปในป่าริมเขื่อนลำตะคอง จนกระทั่งมืดค่ำก็ยังไม่กลับมา ทำให้ตนและญาติ ๆ ร้อนใจจนต้องรีบแจ้งกู้ภัยและครูให้ช่วยกันออกตามหา พร้อมกับประสานเพจข่าวในพื้นที่ช่วยลงประกาศตามหาคนสูญหาย
กระทั่งต่อมา ได้มีพลเมืองดีรายหนึ่งซึ่งกำลังนั่งตกปลาอยู่บริเวณริมเขื่อนลำตะคอง ได้โทรศัพท์ติดต่อกลับมายังผู้ปกครองเพื่อแจ้งเบาะแสสำคัญ โดยพลเมืองดีเล่าว่า ระหว่างที่นั่งตกปลาอยู่ได้เห็นเด็กหญิงคนดังกล่าวเดินผ่านไปในลักษณะท่าทางเหม่อลอย ประจวบเหมาะกับที่ตนเองเปิดโทรศัพท์มือถือดูเลื่อนฟีดเฟซบุ๊ก แล้วเจอโพสต์จากเพจข่าวในพื้นที่ระบุภาพและข้อความประกาศตามหาเด็กหายพอดี เมื่อพิจารณาดูแล้วมั่นใจว่าเป็นเด็กคนเดียวกันอย่างแน่นอน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตามเบอร์ที่ให้ไว้ในโพสต์ทันที จนนำไปสู่การนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือพาน้องกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ในครั้งนี้จบลงด้วยรอยยิ้มและความโล่งอกของทุกฝ่าย โดยทางผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องได้กล่าวขอบคุณในความมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกนาย คณะครู เพื่อนนักเรียน รวมถึงพลเมืองดีนักตกปลาและสื่อโซเชียลท้องถิ่น ที่ร่วมแรงร่วมใจกันติดตามค้นหาอย่างไม่ย่อท้อ จนสามารถช่วยชีวิตและนำตัวนักเรียนหญิงรายนี้กลับคืนสู่ครอบครัวได้อย่างปลอดภัยในที่สุด
