ฟังชัดๆ พนง.พูดแล้ว ปมข่าวเจ้าของร้านสั่งปิดประตูเก็บเงินก่อน

พนักงานปัดเป็นคนสนิทเจ้าของร้าน เผย "สุวิชา" ดูแลทุกระบบเอง ยันไม่เคยเห็นพิรุธ พร้อมยืนยันเรื่องข่าวลือปมสั่งปิดประตูเก็บเงิน

ความคืบหน้าคดีเพลิงไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ล่าสุดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ภายหลังพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน นำพยานในที่เกิดเหตุเข้าชี้จุดเกิดเหตุเพื่อประกอบสำนวนคดี ล่าสุด นายสถาพร แก้ววิไล หรือ นิว อายุ 38 ปี พนักงานของร้าน ได้เดินทางกลับมายัง สน.พหลโยธิน พร้อมเปิดเผยถึงเหตุการณ์และข้อเท็จจริงในวันที่เกิดเหตุ

 

ฟังชัดๆ พนง.พูดแล้ว ปมข่าวเจ้าของร้านสั่งปิดประตูเก็บเงินก่อน

ฟังชัดๆ พนง.พูดแล้ว ปมข่าวเจ้าของร้านสั่งปิดประตูเก็บเงินก่อน

 

นายสถาพร ยืนยันว่า ตนเอง ไม่ใช่ลูกน้องคนสนิทของนายสุวิชา ไศลบาท เจ้าของร้าน ตามที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ออกไป แต่เป็นเพียงพนักงานทั่วไปที่ทำงานอยู่ในร้านมาเป็นเวลา 2 ปีเท่านั้น

เจ้าตัวระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน ไม่เคยสังเกตเห็นความผิดปกติเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าภายในร้าน และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตกแต่งหรือปรับปรุงอาคาร โดยเมื่อเข้ามาทำงาน ร้านก็มีลักษณะตกแต่งเช่นเดิม ทั้งฝ้าเพดานกันเสียงและดอกไม้ประดับ จึงไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างหรือระบบไฟฟ้าภายในร้านแต่อย่างใด

 

ฟังชัดๆ พนง.พูดแล้ว ปมข่าวเจ้าของร้านสั่งปิดประตูเก็บเงินก่อน

 

นายสถาพร ยังกล่าวถึงนายสุวิชาว่า เท่าที่รู้จักเป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการทุกอย่างภายในร้านด้วยตนเอง

สำหรับเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ นายสถาพรเล่าว่า ขณะนั้นตนเดินออกไปตรวจเช็กของบริเวณด้านหลังร้าน และเห็นนายสุวิชาอยู่ใกล้ประตูห้องน้ำ ก่อนจะเกิดกลุ่มควันและเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องรีบวิ่งหนีออกจากพื้นที่ จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ

ฟังชัดๆ พนง.พูดแล้ว ปมข่าวเจ้าของร้านสั่งปิดประตูเก็บเงินก่อน

 

นอกจากนี้ นายสถาพรยังปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า เจ้าของร้านมีคำสั่งให้ปิดประตูเพื่อเก็บเงินลูกค้า จนทำให้ผู้คนหนีไฟไม่ทัน โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่า ทั้งตนเองและพนักงานอีกหลายคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกทางประตูหลังร้านเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน ซึ่งจะมีการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบพยานแวดล้อมและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป