"ภรรยา" เผยลางสังหรณ์ ก่อนสูญเสีย "หมวดตี๋" ฟังแล้วขนลุก

"ภรรยา" เผยลางสังหรณ์ก่อนสูญเสีย "หมวดตี๋" ย้อนเล่าความรู้สึกแปลก ๆ ก่อนเกิดเหตุ พร้อมเผยคำพูดของสามีก่อนจากไป ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าในพิธีรดน้ำศพ

บรรยากาศภายในศาลา 3 วัดราชสิงขร เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อครอบครัว ญาติ เพื่อนร่วมงาน และประชาชน เดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพ ร.ต.ต.วีระชัย ใสสุก หรือ "หมวดตี๋" อดีตข้าราชการตำรวจวัย 73 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุรถแท็กซี่พุ่งชนขณะปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจร ก่อนคนขับจะหลบหนี ท่ามกลางความอาลัยของผู้ที่เคยรู้จักและร่วมงานกับผู้เสียชีวิต

"ภรรยา" เผยลางสังหรณ์ ก่อนสูญเสีย "หมวดตี๋" ฟังแล้วขนลุก

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลา 3 วัดราชสิงขร มีพิธีรดน้ำศพ ร.ต.ต.วีระชัย ใสสุก หรือ  หมวดตี๋  โดยมีครอบครัว เพื่อนข้าราชการตำรวจ ผู้บังคับบัญชา และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมแสดงความอาลัย

นางวิวาพร อายุ 63 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถทำใจยอมรับการจากไปของสามีได้ เพราะตลอดชีวิตคู่ ทั้งสองเคยบอกกันเสมอว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน อีกทั้งสามียังเป็นเสาหลักของครอบครัว ดูแลทั้งลูกและหลานอีก 3 คนที่อาศัยอยู่ร่วมกัน หลังจากนี้ตนยังไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร เนื่องจากเป็นเพียงแม่บ้าน ไม่มีรายได้ประจำ ขณะที่ฝ่ายคู่กรณีก็ยังไม่เคยติดต่อเข้ามาแสดงความรับผิดชอบหรือเยียวยา

"ภรรยา" เผยลางสังหรณ์ ก่อนสูญเสีย "หมวดตี๋" ฟังแล้วขนลุก

ภรรยาของหมวดตี๋ยังกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุยังไม่เคยพบหน้าคนขับรถแท็กซี่ และยังไม่พร้อมพบ เพราะยังรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่เมื่อเห็นข่าวเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ ก็รู้สึกเสียดายว่า หากอีกฝ่ายมีสติและมีจิตสำนึก ลงมาช่วยดูอาการผู้บาดเจ็บหรือไม่หลบหนีตั้งแต่แรก เหตุการณ์อาจไม่เลวร้ายเช่นนี้ พร้อมย้ำว่า การขับรถชนแล้วหลบหนีเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หากคู่กรณีเดินทางมาขอขมาและแสดงความสำนึกผิดอย่างจริงใจ ตนก็พร้อมให้อภัย เพราะไม่ต้องการผูกเวรกับใคร

นางวิวาพรยังเล่าถึงสามีด้วยความอาลัยว่า แม้จะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่เขายังคงรักอาชีพตำรวจและอาสาไปช่วยงานด้านการจราจรที่ สน.วัดพระยาไกร ทุกเช้า โดยครอบครัวไม่เคยห้าม เพราะรู้ว่าเป็นสิ่งที่เขามีความสุข หากอยู่บ้านเฉย ๆ จะรู้สึกเหงา จึงคอยสนับสนุนมาตลอด อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่ได้รับความรักและความเคารพจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และประชาชนในพื้นที่

  "ภรรยา" เผยลางสังหรณ์ ก่อนสูญเสีย "หมวดตี๋" ฟังแล้วขนลุก

เธอย้อนเล่าถึงเช้าวันเกิดเหตุด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ช่วงแรกหลาน ๆ ปิดบังความจริง บอกเพียงว่าปู่ถูกรถเฉี่ยวและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล กระทั่งรุ่งเช้า เมื่อเธอตื่นขึ้นเพื่อปลุกหลานไปโรงเรียน กลับไม่พบใครอยู่บ้าน ก่อนจะได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายจากโรงพยาบาลว่าสามีประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตแล้ว

นอกจากนี้ ก่อนเกิดเหตุราว 3 วัน เธอยังมีลางสังหรณ์และรู้สึกเป็นห่วงหลานชายที่รับราชการทหาร คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายกับหลาน แต่เมื่อหลานเดินทางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย สามีกลับพูดด้วยความโล่งใจว่า “ไม่มีใครเป็นอะไรแล้ว” ทว่าในท้ายที่สุดกลับกลายเป็นเขาเองที่ต้องจากครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ

สำหรับ ร.ต.ต.วีระชัย ใสสุก หรือ “หมวดตี๋” แม้จะเกษียณราชการแล้ว แต่ยังอุทิศตนกลับมาช่วยงานด้านการจราจรที่ สน.วัดพระยาไกร ต่อเนื่องนานกว่า 13 ปี จนเป็นที่รักของผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และประชาชนในพื้นที่ การจากไปของเขาสร้างความโศกเศร้าแก่ครอบครัวและผู้ที่รู้จักเป็นอย่างยิ่ง

"ภรรยา" เผยลางสังหรณ์ ก่อนสูญเสีย "หมวดตี๋" ฟังแล้วขนลุก

ในส่วนของคดี พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาคนขับรถแท็กซี่ ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และหลบหนีไม่หยุดให้การช่วยเหลือหรือแสดงตัวต่อเจ้าพนักงานภายหลังเกิดอุบัติเหตุ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ครอบครัวกำหนดสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 2 คืน ณ ศาลา 3 วัดราชสิงขร และจะประกอบพิธีฌาปนกิจในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 โดยคาดว่าจะมีญาติ เพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา และประชาชน เดินทางมาร่วมส่ง “หมวดตี๋” เป็นครั้งสุดท้าย