- 20 ก.ค. 2569
คลิปกล้องหน้ารถ บาดใจเมียหลวง รถตู้ผัวจอดใกล้ศาลพระภูมิก่อนสั่นไหว - เคลื่อนตัวไปมาตามจังหวะ แต่เชื่อว่าสามีโดนทำของ
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีรักสามเส้าในแวดวงข้าราชการท้องถิ่น หลังจาก "คุณเบญ" ภรรยาของข้าราชการรายหนึ่ง ว่าจ้าง "บอย นักสืบ" ติดตามพฤติกรรมของสามี ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ และหญิงผู้บังคับบัญชาระดับรองปลัด ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกัน จนมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์บริเวณข้างศาลพระภูมิและกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้
- นักสืบเผยหลักฐานใหม่ คลิปกล้องหน้ารถบันทึกเหตุการณ์อีกคืน
ล่าสุด "บอย นักสืบ" เปิดเผยหลักฐานเพิ่มเติม เป็นภาพจากกล้องหน้ารถซึ่งบันทึกเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 22:42 น. จากภาพปรากฏว่ารถตู้คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณพื้นที่มืดใกล้ศาลพระภูมิ ก่อนที่ตัวรถจะมีลักษณะสั่นไหวและเคลื่อนตัวไปมาตามจังหวะ โดยนักสืบอ้างว่าเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่พบพฤติการณ์ลักษณะเดียวกับที่ติดตามมาก่อนหน้านี้ พร้อมระบุว่าในคลิปยังมีเสียงทีมงานอุทานว่า "รถโยกอีกแล้ว" ขณะเฝ้าสังเกตการณ์
- เมียหลวงอ้างแอบติดเครื่องบันทึกเสียงในรถ
นอกจากคลิปจากกล้องหน้ารถแล้ว นักสืบยังเปิดเผยว่า ภรรยาเป็นผู้นำเครื่องบันทึกเสียงไปซ่อนไว้ภายในรถตู้ของสามี เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี ตามคำกล่าวอ้างของนักสืบ ระบุว่า อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถบันทึกทั้งบทสนทนาและเสียงกิจกรรมต่าง ๆ ภายในรถ ซึ่งเตรียมนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลและประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
- ภรรยาเชื่ออาจเกี่ยวข้องกับเรื่องไสยศาสตร์
คุณเบญยังเปิดเผยถึงความเชื่อส่วนตัวว่า สาเหตุที่สามีเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวเป็นประจำ อาจเกี่ยวข้องกับการทำคุณไสยหรือมนต์ดำ โดยระบุว่าเป็นข้อมูลที่ตนได้รับจากการสืบหาด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงความเชื่อและคำกล่าวอ้างของภรรยา ซึ่งยังไม่มีหลักฐานยืนยันหรือผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหาย พร้อมร้องวินัยข้าราชการ
ภรรยาระบุว่า หลังจากรวบรวมหลักฐานทั้งคลิปวิดีโอ ภาพจากกล้องหน้ารถ และไฟล์บันทึกเสียงแล้ว เตรียมส่งมอบให้ทีมทนายความ เพื่อดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายตามกฎหมาย พร้อมยื่นเรื่องร้องเรียนให้มีการตรวจสอบทางวินัยต่อบุคคลทั้งสองที่ถูกกล่าวหา
ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวอาจเข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรง หากผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิดจริง โดยบทลงโทษสูงสุดคือการไล่ออกจากราชการ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการสอบสวนและการพิจารณาของหน่วยงานที่มีอำนาจต่อไป
