- 20 ก.ค. 2569
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า "โรคหัวใจ" เป็นเรื่องของคนแก่หรือคนอ้วนเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง เรามักได้ยินข่าวคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน หรือแม้แต่นักกีฬาที่ดูแข็งแรงมากๆ เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันหรือวูบดับไปเฉยๆ อยู่บ่อยครั้ง
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) คืออะไร?
การตรวจ EKG คือการติดสติ๊กเกอร์ตัวรับสัญญาณไว้บริเวณอก แขน และขา เพื่อบันทึกกระแสไฟฟ้าที่หัวใจปล่อยออกมาขณะเต้น ใช้เวลาไม่เกิน 5-10 นาที ไม่เจ็บ ไม่มีบาดแผล และรู้ผลได้ทันที ซึ่งสามารถบอกได้ว่าหัวใจเราเต้นช้าไป ไวไป ผิดจังหวะ หรือมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือไม่
5 กลุ่มเสี่ยงที่ควร "เช็กคลื่นหัวใจ" โดยด่วน
1. ผู้ที่มีสัญญาณเตือนเสี่ยงโรคหัวใจ
หากคุณมีอาการเหล่านี้แม้เพียงครั้งเดียว อย่ามองข้ามเด็ดขาด:
แน่นหน้าอก: รู้สึกเหมือนมีของหนักมาทับ หรือร้าวไปที่แขน จุกที่ลิ้นปี่และคอหอย
ใจสั่นผิดปกติ: รู้สึกหัวใจเต้นเร็ว เต้นหวิวๆ หรือเต้นข้ามจังหวะโดยไม่ได้ออกกำลังกาย
เหนื่อยง่ายผิดปกติ: ทำกิจกรรมเดิมๆ ที่เคยทำได้สบาย แต่กลับเหนื่อยหอบจนต้องหยุดพัก
หน้ามืด วูบ บ่อยๆ: รู้สึกมึนศีรษะคล้ายจะเป็นลมบ่อยครั้ง
2. ผู้ที่มีอายุ 35-40 ปีขึ้นไป
แม้จะไม่มีอาการใดๆ แต่เมื่ออายุเข้าสู่วัย 35-40 ปี หลอดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจจะเริ่มมีความเสื่อมตามกาลเวลา การตรวจ EKG ควบคู่กับการตรวจสุขภาพประจำปีจะช่วยให้เห็นความผิดปกติในระยะเริ่มต้นได้ไวขึ้น
3. ผู้ที่มีโรคประจำตัว (โรคเรื้อรัง)
หากคุณมีโรคกลุ่มนี้ หัวใจของคุณกำลังทำงานหนักกว่าคนทั่วไปหลายเท่า:
ความดันโลหิตสูง (ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว)
เบาหวาน และ ไขมันในเลือดสูง (ทำให้หลอดเลือดหัวใจเสื่อมและตีบตันง่าย)
ภาวะอ้วนลงพุง
4. ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
พันธุกรรมมีส่วนสำคัญอย่างมาก หากคุณมีสายเลือดตรง เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจ หรือเสียชีวิตกะทันหันจากภาวะหัวใจวายตั้งแต่อายุน้อย คุณจะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปและควรรับการตรวจเช็กเชิงป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ
5. สายออกกำลังกายหนัก หรือ นักกีฬา (Extreme Sports)
สำหรับคนที่ชอบวิ่งมาราธอน ปั่นจักรยานระยะไกล หรือเล่นกีฬาที่ใช้แรงชกโฮมหนักๆ การตรวจ EKG จะช่วยคัดกรองภาวะ หัวใจโต หรือ หัวใจเต้นผิดจังหวะแอบแฝง เพื่อป้องกันภาวะหัวใจวายเฉียบพลันขณะออกกำลังกาย (Sudden Cardiac Death)
Pro Tip: การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้น หากตรวจพบความผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมด้วยการอัลตราซาวด์หัวใจ (ECHO) หรือเดินสายพาน (EST) เพื่อความแม่นยำยิ่งขึ้น
