วิกฤตขยะพิษกบินทร์บุรี! ลักลอบทิ้งหวั่นช้างป่าดับยกโขลง

วิกฤตขยะพิษปราจีนบุรี! แอบทิ้งกากสายไฟ-น้ำเสียลงสระน้ำกบินทร์บุรี อุตสาหกรรมเร่งตรวจ 4 จุดด่วน เตือนกระทบเส้นทางหากินช้างป่า หวั่นกินน้ำพิษล้มตายยกโขลง

ปราจีนบุรี (21 ก.ค. 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีวิกฤตสิ่งแวดล้อมบริเวณพื้นที่รอยต่อภาคตะวันออก หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊กของ นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อำเภอกบินทร์บุรี ถึงการลักลอบนำกากสายไฟบดและขยะพิษมาทิ้งในพื้นที่โคกไท้แดง ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวติดต่ออำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

ต่อมา เพจสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้มอบหมายให้นายณชรพงศ์ บุญทา วิศวกรชำนาญการ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม สนธิกำลังร่วมกับกำนันตำบลวังท่าช้าง และเจ้าหน้าที่ อบต.วังท่าช้าง ลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงใน 4 จุดสำคัญ ประกอบด้วย

จุดที่หนึ่ง พบผงละเอียดสีดำและเทาเทถมปรับพื้นที่ มีการคายความร้อนและมีเศษเปลือกสายไฟบดปะปนจำนวนมาก

จุดที่สอง พบการทิ้งแยกกองเศษสายไฟและเถ้าตะกอน 4 กองใหญ่

จุดที่สาม พบกากเปลือกสายไฟถูกนำมาเททำถนนเชื่อมต่อไปจุดที่สอง

จุดที่สี่ ขั้นวิกฤต พบการแอบปล่อยน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงของน้ำมันเครื่องใช้แล้ว มีคราบน้ำมันลอยฟ่องเต็มผิวน้ำ สภาพน้ำกลายเป็นสีเทาเข้มปนเปื้อนกระจายเต็มสระเกษตรกรรม

 

วิกฤตขยะพิษกบินทร์บุรี! ลักลอบทิ้งหวั่นช้างป่าดับยกโขลง

วิกฤตขยะพิษกบินทร์บุรี! ลักลอบทิ้งหวั่นช้างป่าดับยกโขลง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกและเก็บตัวอย่างวัตถุอันตรายทุกจุด ส่งไปตรวจวิเคราะห์ ณ ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก จ.ชลบุรี พร้อมเตรียมเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังตะเคียน เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มทุนผู้เกี่ยวข้อง ด้านนายสุนทร คมคาย เน้นย้ำว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นถิ่นอาศัยและเส้นทางลงกินน้ำของช้างป่าเขาอ่างฤาไนที่ข้ามฝั่งมารวมตัวกันนับสิบถึงนับร้อยตัว ช้างไม่สามารถแยกแยะได้ว่าน้ำไหนมีพิษ หากไม่ขุดขนย้ายออกไปฟื้นฟู สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคืออาจได้เห็นช้างป่าล้มตายยกโขลง

 

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ฝ่ายปกครองอำเภอกบินทร์บุรี ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น และตำรวจ สภ.วังตะเคียน สามารถสกัดจับกุมรถบรรทุกพ่วงขนกากสายไฟและรถไถไว้ได้แล้ว ขณะที่กลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและชาวบ้านได้ร่วมกันเรียกร้อง 3 มาตรการด่วนต่อภาครัฐ คือ

  1. เร่งรัดคดีอาญาดำเนินคดีขั้นสูงสุดแก่นายทุนและโรงงานต้นทาง
  2. ออกคำสั่งทางปกครองบังคับให้ผู้กระทำผิดขนกากสารเคมีกลับไปกำจัดอย่างถูกต้อง
  3. เร่งบำบัดฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติและผืนดินด่วน เพื่อตัดวงจรการปนเปื้อนสู่พืชผลเกษตร ชุมชน และฝูงช้างป่าต่อไป

 

วิกฤตขยะพิษกบินทร์บุรี! ลักลอบทิ้งหวั่นช้างป่าดับยกโขลง

วิกฤตขยะพิษกบินทร์บุรี! ลักลอบทิ้งหวั่นช้างป่าดับยกโขลง

วิกฤตขยะพิษกบินทร์บุรี! ลักลอบทิ้งหวั่นช้างป่าดับยกโขลง