ความแตกเพราะกลิ่น! ล็อกตัวหนุ่มสายขนซุกยาบ้าเฉียด 300,000 เม็ด

เนียนไม่จริง! จับหนุ่มสายขนยาบ้าเฉียด 3 แสนเม็ด ตร.สงสัยกลิ่นหึ่ง-แม็คไลเนอร์กระบะนูนผิดปกติ รื้อค้นเจอซุกแน่นคัน!

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ  พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล, พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ โต๊ะถม รอง ผบก.ทล. ,พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล ,พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง รอง ผกก.2 บก.ทล. , พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล. ได้สั่งการให้

ความแตกเพราะกลิ่น! ล็อกตัวหนุ่มสายขนซุกยาบ้าเฉียด 300,000 เม็ด

 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม (ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.) นำโดย  พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.ชูศักดิ์ สุนทรแสง, ร.ต.อ.อักฤทธิ์ สมพร รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล., ว่าที่ ร.ต.ต.สุนทร จุฬามณี, ว่าที่ ร.ต.ต.ฉัตรชัย เก้าวงษ์วาน รอง สว. ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล., ด.ต.รุ่งปัญญา ใจพันธุ์ , ด.ต.ชยุต ตุ้มเล็ก, ด.ต.ภานุพันธ์ ตรีพงษ์พันธุ์, ด.ต.อมรรัตน์ ทริเพ็ง, ด.ต.ทศพล แซ่อึ้ง, ด.ต.ฐณรัช นาคนาโส, จ.ส.ต.หญิง       วิวรรณดา ภู่ทอง, ส.ต.อ.พงษ์ฐกร นาคใหม่, ส.ต.อ.สิงหนาท พลับเกลี้ยง ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.
      ร่วมกันจับกุม นายวัชรัตน์ หรือ ลี ฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี 
      โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
      พร้อมตรวจยึดของกลาง  
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) บรรจุในห่อและมัดหลายขนาด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ตามจุดต่าง ๆ รวมจำนวนประมาณ 294,000 เม็ด
2. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา ใช้เป็นพาหนะลำเลียงยาเสพติด จำนวน 1 คัน
3. โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ OPPO Reno สีเขียว รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด จำนวน 1 เครื่อง

ความแตกเพราะกลิ่น! ล็อกตัวหนุ่มสายขนซุกยาบ้าเฉียด 300,000 เม็ด

สถานที่จับกุม บริเวณริมถนน พระราม 2 ทล.35 หลัก กม.ที่ 51 ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 
พฤติการณ์แห่งคดี 
ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบางโทรัด) ออกปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมบนถนนพระราม 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) ขาออก มุ่งหน้าภาคใต้ ได้พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีเทา ขับขี่โดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ เมื่อเข้าตรวจสอบพบผู้ขับขี่มีท่าทีพิรุธผิดสังเกต ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้กลิ่นคล้ายยาเสพติดภายในห้องโดยสาร และพบว่าพื้นปูกระบะท้าย (แม็คไลเนอร์) มีลักษณะนูนสูงผิดปกติ จึงทำการเปิดตรวจสอบ พบห่อวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ภายใน เมื่อสุ่มเปิดตรวจพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) ผู้ต้องหารับว่าเป็นยาบ้าประมาณ 8,000 เม็ด แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงควบคุมตัวพร้อมนำรถยนต์ไปตรวจค้นอย่างละเอียด ณ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบางโทรัด
ผลการตรวจค้นอย่างละเอียดพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์รวม 7 จุด ได้แก่ ใต้พื้นปูกระบะท้ายจำนวนประมาณ 74,000 เม็ด บริเวณฝาปิดท้ายกระบะจำนวนประมาณ 60,000 เม็ด ช่องประตูหลังด้านซ้ายจำนวนประมาณ 42,000 เม็ด ช่องประตูหลังด้านขวาจำนวนประมาณ 44,000 เม็ด ช่องประตูหน้าด้านขวาฝั่งคนขับจำนวนประมาณ 8,000 เม็ด คอนโซลกลางระหว่างเบาะคู่หน้าจำนวนประมาณ 52,000 เม็ด และใต้ผ้าเพดานหลังคาด้านขวาของรถยนต์จำนวนประมาณ 14,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งสิ้นประมาณ 294,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดรถยนต์ที่ใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 1 เครื่อง ไว้เป็นของกลางในคดี
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากบุคคลใช้นามว่า “นายโมบิล” ผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ให้ทำหน้าที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากกรุงเทพมหานครไปส่งมอบให้เครือข่ายในพื้นที่ จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง โดยตกลงค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 150,000 บาท และได้รับเงินมัดจำล่วงหน้าจำนวน 80,000 บาท ก่อนเกิดเหตุได้นำรถยนต์ไปจอดไว้ตามจุดนัดหมายย่านรามคำแหง เพื่อให้เครือข่ายนำยาเสพติดมาซุกซ่อนตามจุดต่าง ๆ ภายในรถยนต์ จากนั้นได้ขับรถออกเดินทางโดยมีรถยนต์อีกคันขับนำทาง กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกัดจับกุมได้ในที่สุด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางโทรัด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป
  สอบถามคำให้การเบื้องต้น  ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างลำเลียงยาบ้าจากกรุงเทพมหานครไปส่งให้เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท และได้รับเงินมัดจำล่วงหน้า 80,000 บาท ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจับกุมพร้อมของกลางดังกล่าว.