- 23 ก.ค. 2569
ยาย 72 ปี แปดริ้ว ยื่นอุทธรณ์บัตรคนจน หลังโดนตัดสิทธิ์เพราะชื่อติดครองรถเก่า 3 คัน เปิดใจยังหนุน "รัฐบาลอนุทิน" ทำงานไว จี้เลิกใช้ AI คัดกรอง วอนใช้กำนันผู้ใหญ่บ้านลงตรวจจริง
ฉะเชิงเทรา (22 ก.ค. 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากบริเวณสำนักงานขนส่งจังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่ายังคงมีประชาชนเดินทางมาแสดงตัวตนและยื่นเรื่องอุทธรณ์เพื่อขอทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกันอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากมีชื่อเป็นผู้ครอบครองยานพาหนะหลายคัน ซึ่งจากการสอบถาม น.ส.วราพร อายุ 72 ปี ชาวตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา หนึ่งในผู้ยื่นเรื่องทบทวนสิทธิ์ ได้กล่าวชมเชยเจ้าหน้าที่ขนส่งว่าให้บริการอย่างดีและรวดเร็ว พร้อมเปิดเผยถึงสาเหตุที่ตนเองถูกตัดสิทธิ์ว่า เกิดจากการที่มีชื่อครอบครองรถรวม 3 คัน ได้แก่ รถยนต์แวนรุ่นเก่าจดทะเบียนปี 2535 (อายุ 34 ปี) ซึ่งป้าให้มาไว้ใช้พาผู้ป่วยติดเตียงไปโรงพยาบาล รถจักรยานยนต์จดทะเบียนปี 2538 (อายุ 31 ปี) ของหลาน และรถจักรยานยนต์ผ่อนชำระปี 2553 (อายุ 16 ปี) ที่ตนใช้อยู่ปัจจุบัน ทั้งที่ตนไม่มีครอบครัวและยังต้องรับจ้างดูแลคนแก่หาเลี้ยงชีพอยู่
น.ส.วราพร กล่าวต่อไปว่า แม้ตนจะถูกตัดสิทธิ์จนรู้สึกตกใจและลำบาก เนื่องจากเคยได้รับสิทธิ์มาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน แต่โดยส่วนตัวก็ยังคงชื่นชอบและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอนุทิน เพราะเห็นว่าเป็นรัฐบาลที่ทำงานรวดเร็ว มีสโลแกน "พูดแล้วทำ" แม้จะมีขั้นตอนที่รวบรัดจนเกิดความผิดพลาดโดนชาวบ้านติชมบ้าง แต่เมื่อรู้ว่าผิดพลาดก็กลับมาแก้ไขให้ ซึ่งตนมองว่าจำเป็นต้องแก้ อย่างไรก็ตาม ตนอยากตั้งคำถามและเสนอแนะไปยังรัฐบาลว่า ในเมื่อระบบราชการมีกำนันและผู้ใหญ่บ้านอยู่ในทุกชุมชน เหตุใดจึงไม่ใช้บุคลากรเหล่านี้ลงพื้นที่ตรวจสอบความจริงว่าบ้านไหนจนจริงหรือไม่ มากกว่าการนำระบบ AI มาใช้คัดกรองจนเกิดความผิดพลาด เพราะเวลาเลือกตั้งยังสามารถรู้ได้ว่าบ้านไหนมีกี่คน แต่พอเป็นเรื่องความช่วยเหลือกลับให้ชาวบ้านที่ยากลำบาก ต้องเสียค่าเดินทางข้ามน้ำข้ามเขาเดินทางมาแจ้งทบทวนสิทธิ์เอง จึงอยากฝากเรื่องนี้ไปถึงนักการเมืองให้รับฟังความเดือดร้อนของประชาชนในระดับฐานรากด้วย
