- 27 ก.ค. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบผู้ต้องหาแก๊งตุ๋นลงทุนออนไลน์สูญเกือบ 6 แสน หลอกโอนซ้ำถอนเงินไม่ได้ ก่อนกบดานเชียงราย!
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.พงศกร ต้นอารีย์, พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ, พ.ต.ท.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์, พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา, พ.ต.ท.ปรัชญ์ แม้นเดช รอง ผกก.2 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.วรพล เลิศวิริยะพงศ์ สว.กก.2 บก.ป., ว่าที่ ร.ต.อ.ตระการศักดิ์
ชูแก้ว รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. และ ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ พรหมวัลย์ ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป.
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในบ้านห้วยหินฝนการ์เด้น ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จว.เชียงราย
ร่วมกันจับกุม นางสาวสุรินทิพย์ฯ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 3070/2568 ลงวันที่ 27 พ.ค.2568 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกระทำโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูล
คอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ทำการจับกุมตัว นางสาวสุรินทร์ทิพย์ฯ ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 3070/2568 ลงวันที่ 27 พ.ค.2568 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกระทำโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย
แก่ประชาชน, สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาเครือข่ายขบวนการหลอกลวงลงทุนออนไลน์ โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการแกะรอยติดตามพฤติกรรมจนกระทั่งพบปรากฏตัวอยู่บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่ง ในบ้านห้วยหินฝนการ์เด้น ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและเข้าทำการควบคุมตัวได้ในที่สุด
จากการสืบสวนพฤติกรรมการกระทำความผิดในคดีนี้ พบว่ากลุ่มมิจฉาชีพได้ร่วมกันเปิดกลุ่มเฟซบุ๊ก
เพื่อโฆษณาหลอกลวงประชาชน ชักชวนให้เข้าร่วมลงทุนในเว็บไซต์ที่อ้างว่าเป็นแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์ โดยใช้อุบายหลอกลวงเหยื่อด้วยการโฆษณาว่ามีโปรแกรมพิเศษที่สามารถช่วยสร้างผลกำไรและให้ผลตอบแทนสูง ส่งผลให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินเข้าระบบไปหลายครั้ง รวมเป็นเงินสูงถึง 593,400 บาท แต่เมื่อถึงเวลาจริงกลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และยังถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวงให้โอนเงินเป็นค่าดำเนินการเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง ก่อนที่ผู้เสียหายจะรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงและนำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
ภายหลังรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เริ่มแกะรอยและตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด จนกระทั่งสามารถพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำความผิดในเครือข่ายนี้ได้รวมทั้งหมด 9 ราย ซึ่งพบว่ามีการรับโอนเงินจากผู้เสียหาย แล้วนำไปโอนหมุนเวียนสับเปลี่ยนระหว่างบัญชีต่างๆ ในเครือข่าย พร้อมเร่งถอนเงินสดออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกปิดและอำพรางแหล่งที่มาของทรัพย์สิน อันมีลักษณะเป็นการฟอกเงินและทำเป็นขบวนการ โดยพบว่ามีการกระทำความผิดครอบคลุมหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี อ่างทอง และฉะเชิงเทรา ในช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ นางสาวสุรินทิพย์ฯ ในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
เตือนภัยประชาชน โปรดระวังการชักชวนลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มเฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์ที่อ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง หรืออ้างว่ามีโปรแกรมพิเศษช่วยทำกำไร รวมทั้งการหลอกให้โอนเงินเพิ่มเป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าดำเนินการต่างๆ ซึ่งถือเป็นรูปแบบของมิจฉาชีพ และขอเตือนผู้ที่ยินยอมเปิดบัญชีหรือร่วมกระทำความผิดในลักษณะบัญชีม้าและฟอกเงิน จะต้องถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดในหลายข้อหาหนักที่มีโทษจำคุกสูง
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.วรพล เลิศวิริยะพงศ์ สว.กก.2 บก.ป. โทร. 063-8874653
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
