5 พันกับอนาคต! รวบสาวบัญชีม้าแก๊งคอลฯ อ้าง ปปง. ตุ๋นเงิน 3.2 แสน

รวบสาวบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์! อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง. ขู่เรื่องคดีอาญา หลอกโอนเงินตรวจสอบ 3.2 แสน รับแลกค่าจ้างแค่ 5,000 บาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ชุดสืบสวนคอมมานโด นำโดย ร.ต.ต.วิฑูรย์ เกื้อสกุล รอง สว.(ป) กก.1 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สามารถติดตามจับกุมตัว นางสาวสุวิมล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2508/2569 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนเชิดวุฒากาศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

5 พันกับอนาคต! รวบสาวบัญชีม้าแก๊งคอลฯ อ้าง ปปง. ตุ๋นเงิน 3.2 แสน

ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2568 โดยผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หลังจากหลงเชื่อสายโทรศัพท์ปริศนาที่โทรเข้ามาแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยปลายสายได้ตั้งข้อกล่าวหาหนักเพื่อข่มขู่ให้ผู้เสียหายเกิดความตื่นตระหนกตกใจว่า มีชื่อเข้าไปเกี่ยวพันกับคดีอาญาร้ายแรง และกล่าวหาว่าผู้เสียหายละเลยไม่ยอมไปรายงานตัวตามกำหนดเวลา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ กลุ่มมิจฉาชีพได้ยื่นข้อเสนอแนะว่าสามารถช่วยเหลือในการ "ผ่อนหนักให้เป็นเบา" หรือผ่อนโทษได้ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ผู้เสียหายจะต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีธนาคารเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีและหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจริง ผู้เสียหายจึงได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ด้วยการโอนเงินสดทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้นจำนวน 320,500 บาท เข้าไปยังบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ของนางสาวสุวิมล ตามที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบุทันที ก่อนจะมาพบในภายหลังว่าตนเองถูกหลอกลวงเสียแล้ว จึงรีบเดินทางเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

5 พันกับอนาคต! รวบสาวบัญชีม้าแก๊งคอลฯ อ้าง ปปง. ตุ๋นเงิน 3.2 แสน

จากการสืบสวนเร่งรัดติดตามเส้นทางการเงินอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 บก.ปพ. ในที่สุดก็สามารถสืบทราบเบาะแสและพิกัดกบดานของผู้ต้องหารายนี้ กระทั่งนำกำลังเข้าปิดล้อมและจับกุมตัวได้ในพื้นที่ย่านดอนเมือง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้รับการชักชวนจากนายจ้างให้ออกไปเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งในขณะนั้นอ้างว่าจะนำบัญชีดังกล่าวไปใช้รองรับเงินในการทำธุรกิจร้านค้า แต่หน้าที่ของผู้ต้องหาไม่ได้มีเพียงแค่การเปิดบัญชีเท่านั้น เพราะเมื่อมีเงินถูกโอนเข้ามา นายจ้างจะนำตัวผู้ต้องหาเดินทางไปกดเงินสดออกจากเคาน์เตอร์ธนาคารและตู้เอทีเอ็มด้วยตนเอง เพื่อนำเงินสดทั้งหมดส่งมอบให้กับนายจ้างแลกกับค่าตอบแทนเพียง 5,000 บาท เท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายมหาศาลที่เกิดขึ้นกับผู้บริสุทธิ์ "การเปิดบัญชีม้าหรือยอมให้ผู้อื่นนำบัญชีไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย นำมาซึ่งโทษจำคุกและปรับหนักตามกฎหมายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แม้จะได้รับค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย แต่ต้องรับโทษเท่ากับร่วมกันกระทำความผิด"

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ได้ทำการบันทึกจับกุมพร้อมแจ้งข้อหารายละเอียดตามหมายจับ ก่อนควบคุมตัวนางสาวสุวิมล ส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะทำการขยายผลติดตามจับกุมตัวนายจ้างรวมถึงผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายนี้มาลงโทษต่อไป