- 30 ก.ค. 2569
รวบ 2 พระปลอมวันอาสาฬหบูชา! ตั้งแคมป์ผ้าเหลืองกลางทุ่งนาบางปะอิน หลอกชาวบ้านซ้ำจุดเดิม หลังเคยถูกจับเมื่อ พ.ค. อ้างหาเงินใช้หนี้ ไร้จิตสำนึก
พระนครศรีอยุธยา (29 กรกฎาคม 2569) - พ.ต.อ.ชนันท์ เปรมปลื้มจิตต์ ผู้กำกับการ สภ.พระอินทร์ราชา ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สมพร คำเกตุ สารวัตรสืบสวน สภ.พระอินทร์ราชา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประสิทธิชัย ชอบธรรม และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมคันนา หมู่ 8 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังได้รับการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ว่า พบกลุ่มชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์มาปักหลักตั้งแคมป์อาศัยอยู่ และมีพฤติกรรมออกรับบิณฑบาตเรี่ยไรหลอกลวงประชาชนในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อย่างวันอาสาฬหบูชา
เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าบริเวณดังกล่าวมีการปลูกสร้างเพิงพักไม้ชั่วคราว และนำผ้าเหลืองจีวรมาผูกกางทำเป็นลักษณะแคมป์พักอาศัย ซึ่งเป็นสถานที่และจุดเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยเข้าทำการจับกุมกลุ่มพระปลอมไปแล้วเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จากการเข้าตรวจสอบภายในเพิงพัก สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้จำนวน 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายหนูเทียน อายุ 63 ปี และนายติว อายุ 67 ปี ทั้งคู่เป็นชาวตำบลหนองขาม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ พร้อมตรวจยึดของกลางในที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย ชุดเครื่องนุ่งห่มจีวรพระสงฆ์ จำนวน 2 ชุด, บาตรพระพร้อมสายสะพาย 2 ชุด และย่ามพระอีกจำนวน 2 ใบ
จากการสอบสวนและขอตรวจสอบเอกสารทางศาสนา ผู้ต้องหาทั้งสองไม่สามารถนำหนังสือสุทธิประจำตัวพระภิกษุและสามเณรมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นข้อมูลผ่านระบบฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กอ.รมน. / นิติกร) กลับพบว่าบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลทั้งสองระบุรูปถ่ายในสภาพฆราวาสปกติ และใช้คำนำหน้าชื่อว่า "นาย" ไม่ได้มีสถานะเป็นพระภิกษุสงฆ์ตามกฎหมายแอย่างใด
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังจำได้แม่นยำว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้คือบุคคลเดียวกับที่เคยถูกจับกุมในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ ณ จุดคันนานี้มาแล้วเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า หลังจากถูกจับครั้งก่อนได้หลบหนีไป ก่อนจะเพิ่งเดินทางย้อนกลับมากางแคมป์ปักหลัก ณ จุดเดิมได้เพียงประมาณ 3 วัน โดยอ้างเหตุผลว่าตนเองมีภาระหนี้สินสินเชื่อและภาระทางการเงินจำนวนมาก จึงต้องตัดสินใจแต่งกายใส่จีวรปลอมเป็นพระออกรับบาตรเพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีพและใช้หนี้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองกลับไม่มีท่าทีสลดหรือสำนึกต่อการกระทำผิด แต่กลับพยายามส่งเสียงโต้เถียง และพยายามพูดต่อรองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเวลา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน พร้อมของกลางทั้งหมด มายัง สภ.พระอินทร์ราชา เพื่อทำบันทึกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา "แต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุ สามเณร นักพตหรือนักสลต โดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
