หมอเบ็นซ์เตือนสายเที่ยวโซโล่ สาเหตุเสียชีวิตที่พบบ่อย ยกเหตุจอร์เจียเมื่อ 2 ปีก่อน เสียชีวิตพร้อมกัน 12 คนในรีสอร์ต

กระแสการท่องเที่ยวแบบ "โซโล่แบ็กแพ็กเกอร์" ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเดินทางไปยังประเทศในแถบยุโรป แต่ท่ามกลางการผจญภัยและการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ยังมี "ภัยเงียบ" ที่หลายคนอาจมองข้าม และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากไม่ระมัดระวัง

 

เตือนสายโซโล่ สาเหตุเสียชีวิตที่พบบ่อย ยกเคสดับ 12 คนในจอร์เจีย

ล่าสุด "หมอเบ็นซ์ มาสเตอร์พีซ" ได้โพสต์คลิปผ่าน TikTok บัญชี @dr.benz_masterpiece เตือนภัยนักท่องเที่ยวสายโซโล่แบ็กแพ็กเกอร์ หลังพบว่ามีสาเหตุการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะในประเทศแถบยุโรป ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

 

หมอเบ็นซ์ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศจอร์เจีย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตพร้อมกันถึง 12 ราย ทั้งหมดพักอยู่คนละห้อง และเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกลับพบว่าผู้เสียชีวิตมีสภาพเหมือนกำลังนอนหลับ ไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยการต่อสู้

 

จากการตรวจสอบพบว่า ในคืนเกิดเหตุเกิดไฟฟ้าดับท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น จึงมีการนำเครื่องปั่นไฟมาใช้งาน แต่กลับวางตัวเครื่องไว้ภายในอาคาร ทำให้เกิดการสะสมของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ จนผู้ที่พักอยู่ภายในอาคารเสียชีวิตทั้งหมด
 

เตือนสายโซโล่ สาเหตุเสียชีวิตที่พบบ่อย ยกเคสดับ 12 คนในจอร์เจีย

นอกจากนี้ หมอเบ็นซ์ยังอ้างอิงงานวิจัยจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวบรวมเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไว้กว่า 3,405 กรณี พบว่าแหล่งกำเนิดก๊าซที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ เครื่องทำความร้อน และหม้อต้มน้ำภายในโรงแรมหรือที่พัก

 

หมอเบ็นซ์ระบุอีกว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในต่างประเทศเท่านั้น แต่ในประเทศไทยเองก็มีรายงานข่าวลักษณะนี้เกิดขึ้นแทบทุกปี จนในหมู่นักท่องเที่ยวสายโซโล่แบ็กแพ็กเกอร์หลายคน ต่างแนะนำให้พกเครื่องตรวจวัดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ติดตัวไว้เสมอ

 

สำหรับวิธีใช้งาน แนะนำให้นำอุปกรณ์วางไว้บริเวณหัวเตียงทุกคืนเมื่อเข้าพักในที่พักแห่งใหม่ หากตรวจพบความผิดปกติหรือระดับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์สูงเกินมาตรฐาน อุปกรณ์จะส่งเสียงเตือนทันที ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว
 

เตือนสายโซโล่ สาเหตุเสียชีวิตที่พบบ่อย ยกเคสดับ 12 คนในจอร์เจีย