- 02 ส.ค. 2569
รู้อายุยิ่งตกใจ "บังซัน" มือยิงกลางงานศพวัดบึงทองหลาง ก่อนปะทะตำรวจสนั่น "คู้บอน 27" ล่าสุดจบชีวิตหนีความผิด
จากกรณีข่าวเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2569 ช่วงเวลา 17.00 น. เกิดเหตุหนุ่มบุกยิงกลางงานศพวัดบึงทองหลาง โดย นายนพรัตน์ หรือ บังซัน อายุ 23 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงกลางงานศพ บริเวณหน้าศาลา 16 วัดบึงทองหลาง แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้ นายโภคัย หรือ เกียร์ อายุ 27 ปี เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุแก้แค้นแทนเพื่อนสาวที่ถูกนายโภคัย ซึ่งเป็นสามีทำปืนลั่นใส่จนเสียชีวิต โดยหลังก่อเหตุ บังซัน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 2 ส.ค. 2569 พลตำรวจโทสยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าหลัง บังซัน ใช้อาวุธปืนที่วัดบึงทองหลาง ชุดสืบสวนได้แกะรอยจนทราบว่าเจ้าตัวหนีมาซุกซ่อนอยู่ที่ห้องพักในเขตคันนายาว ซึ่งเป็นห้องที่ บังซัน เช่าอยู่กับแฟน กระทั่งเวลา 02.14 น. ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ปิดล้อม ตำรวจได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด หน่วยอรินทราช จึงนำกำลังบุกเข้าไปภายในห้องและช่วยแฟนสาวของ บังซัน ออกมา
ส่วนตัวของ บังซัน พบใช้อาวุธปืนทำร้ายตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลเนื่องจากยังพบชีพจร
จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือแฟนสาวออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะพบร่างของบังซันนอนจมกองเลือด มีบาดแผลรุนแรงบริเวณศีรษะ จากการใช้อาวุธปืนเพื่อหนีความผิด เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งปั๊มหัวใจและตรวจพบว่ายังมีชีพจร จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อยื้อชีวิต และล่าสุด บังซัน ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต ที่โรงพยาบาลสินแพทย์
สำหรับชนวนเหตุสลดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งและโกรธแค้นส่วนตัว โดยแฟนสาวของ บังซัน เป็นเพื่อนสนิทกับภรรยาของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่วัด เมื่อเกิดเหตุเสียชีวิตขึ้น ทำให้มีการโต้เถียงต่อว่า และมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ประกอบกับ บังซัน มีความแค้นสะสมทั้งต่อผู้เสียชีวิต จึงได้เตรียมอาวุธปืนมาก่อเหตุยิงคู่กรณีที่วัด ก่อนจะหนีมาจบชีวิตตัวเองในเวลาต่อมา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว ได้เชิญตัวแฟนสาวของผู้ต้องหา รวมถึงญาติและเพื่อนสนิทที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ไปสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดีตามกฎหมาย ขณะที่พื้นที่เกิดเหตุได้รับการคลี่คลายเรียบร้อยแล้ว ประชาชนในอาคารสามารถกลับเข้าพักอาศัยและใช้ชีวิตได้ตามปกติ
