- 02 ส.ค. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง รวบม้าถอนเงินร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกสแกนหน้าดูดเงิน 1.6 ล้านบาท
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นางสาวกุลชญาฯ อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครสวรรค์ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” โดยจับกุมตัวได้ที่ บริเวณริมถนนหมื่นประจญ ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี
สืบเนื่องจาก มีกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์ติดต่อหาผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นบุตรเขย และอ้างต่อว่ามีเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคติดต่อมาเรื่องมิเตอร์ไฟฟ้ามีปัญหา เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อติดต่อกลับไป กลุ่มคนร้ายได้ใช้อุบายส่งลิงก์และคิวอาร์โค้ด (QR Code) อ้างว่าเป็นของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ จากนั้นได้ใช้วิธีวิดีโอคอลหลอกให้ผู้เสียหายเปิดแอปพลิเคชันธนาคารและสั่งให้เปลี่ยนเมนูใช้งานเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนหลอกให้ทำการสแกนใบหน้าถึง 2 ครั้ง ด้วยความไม่เข้าใจภาษาอังกฤษผู้เสียหายจึงทำตามขั้นตอน จนกระทั่งระบบประมวลผลเสร็จสิ้นปรากฏว่าเงินในบัญชีของผู้เสียหายถูกโอนออกไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายรวม 2 บัญชี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,640,000 บาท
ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบัญชีธนาคารของนางสาวกุลชญาฯ ผู้ต้องหารายนี้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้ลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์และเข้าทำการจับกุมตัวได้ในที่สุด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าได้รับการติดต่อจากคนรู้จักให้เปิดบัญชีใหม่และนำสมุดบัญชีพร้อมโทรศัพท์ไปมอบให้กลุ่มคนดังกล่าวใช้งาน นอกจากนี้ยังยอมรับว่าตนถูกสั่งการให้เดินทางไปถอนเงินสดที่ธนาคารในจังหวัดปราจีนบุรีจำนวน 2 ครั้ง ยอดรวมกว่า 1.1 ล้านบาท เพื่อนำเงินสดไปส่งมอบให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ โดยได้รับเงินค่าจ้างตอบแทนเป็นเงินเพียง 8,000 บาท เท่านั้น
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ปพ. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปพ. ดำเนินการ
