- 03 ส.ค. 2569
ถึงว่า หนุ่มสลิ้งแตก ถุยน้ำลายใส่เบนซ์ลิมิเต็ด โดนปล่อยตัว ทั้งๆ ที่เจ้าของรถบอกเข้าไปแจ้งความกับตำรวจแล้ว
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ชายรายหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามรถยนต์เบนซ์ พร้อมตะโกนด่าทอและอ้างตัวว่าเป็น "เด็กราชสิทธิ์" ก่อนถ่มน้ำลายใส่รถ และก่อเหตุทุบทำลายกระจกมองข้าง จนได้รับความเสียหาย สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
จากคลิปที่ถูกเผยแพร่ หญิงสาวผู้เสียหายได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ ขณะชายคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ พร้อมตะโกนด่าทอและท้าทาย โดยอ้างว่า "กูเด็กราชสิทธิ์" เมื่อโต้เถียงกัน ฝ่ายชายไม่สามารถเถียงสู้ได้ จึงถ่มน้ำลายใส่รถ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ต่อมา เมื่อรถเบนซ์จอดติดสัญญาณไฟแดงบริเวณเลนขวา ชายคนเดิมได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดขวางหน้ารถ ก่อนลงมาโวยวาย เรียกให้คนในรถลงมา พร้อมใช้มือตบกระจกมองข้างและใช้เท้าถีบซ้ำจนกระจกมองข้างหักเสียหาย โดยมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยห้ามปรามสถานการณ์
นอกจากนี้ ยังมีชายสวมเสื้อสีดำ ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ก่อเหตุ ลงมาร่วมโวยวายและทุบรถด้วย โดยจากคลิปพบว่า กลุ่มดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน 2 คัน รวม 4 คน เป็นชาย 2 คน และหญิง 2 คน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุทธมณฑล จะเดินทางมาระงับเหตุ และเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปให้ปากคำที่โรงพัก
ภายหลังกลับถึงบ้าน ผู้เสียหายได้นำคลิปเหตุการณ์โพสต์ลงเฟซบุ๊ก พร้อมเล่าลำดับเหตุการณ์ โดยอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ของกลุ่มคู่กรณีขับตีคู่พูดคุยกันอยู่บนถนน ลักษณะขับแช่และกีดขวางการจราจร เมื่อมีการบีบแตรเตือนกลับถูกด่าทอ ก่อนฝ่ายชายจะขี่รถตามประกบ ถ่มน้ำลาย ไล่รถไปจนถึงสัญญาณไฟแดง และลงมาทุบรถหาเรื่องตามที่ปรากฏในคลิป
ต่อมา ผู้เสียหายยังเปิดเผยอีกว่า หลังคลิปเผยแพร่ออกไป ผู้ก่อเหตุได้ส่งข้อความผ่านแชตมาด่าทอและท้าทาย พร้อมเรียกให้ไปพบกันหน้าโรงพัก ก่อนจะมีคนกลางอาสาเข้ามาช่วยเจรจา แต่ผู้ก่อเหตุกลับโพสต์นัดให้ไปพบกันบริเวณเพชรเกษม 69 ทำให้มีชาวเน็ตจำนวนมากเดินทางไปติดตามสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการนัดพูดคุย ได้เกิดเหตุชายที่มาร่วมดูเหตุการณ์รายหนึ่งกระโดดเข้าไปชกหน้าผู้ก่อเหตุ เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้ก่อเหตุใช้ถ้อยคำด่าทอคนรอบข้าง จนกลายเป็นประเด็นดราม่าและอาจนำไปสู่อีกหนึ่งคดี ขณะที่ผู้ก่อเหตุยังระบุระหว่างการเจรจาว่า หากต้องการเรียกค่าเสียหายก็ให้ไปฟ้องร้อง เพราะตนไม่มีเงินชดใช้
กระทั่งเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พุทธมณฑล อีกครั้ง หลังทราบภายหลังว่า การให้ปากคำในคืนเกิดเหตุยังไม่ถือเป็นการแจ้งความดำเนินคดี อีกทั้งยังอ้างว่าได้รับข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งกับคู่กรณีว่าผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ ก่อนปล่อยตัวคู่กรณีกลับไปทันทีหลังจากผู้เสียหายเดินทางออกจากโรงพัก
ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
