- 04 ส.ค. 2569
ญาติ 3 พ่อแม่ลูก เดือด เปิดนาทีประจันหน้า "ป๋อง" ยังแสดงท่าทีกร่าง ไม่สำนึกผิด เข้ารับร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ซึ่งเป็นเหยื่อคดีฆาตกรรมพ่อแม่ลูก ก่อนถูกนำศพไปฝังดินในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เดินทางมาติดต่อรับร่าง เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่วัดเขาบุญมีดาราราม (วัดทุ่งคา) จ.ชลบุรี
นายกฤษดา อายุ 36 ปี หลานชายของนางฉันทนา หนึ่งในผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า นางฉันทนาเป็นน้าสาวของตน โดยวันนี้ได้รับมอบหมายจากครอบครัวให้มารับร่างผู้เสียชีวิตกลับไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดทุ่งคา ซึ่งจะมีพิธีสวดอภิธรรมประมาณ 3-4 คืน ก่อนประกอบพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้
นายกฤษดา กล่าวว่า จนถึงขณะนี้คนในครอบครัวยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เพราะเป็นเหตุสะเทือนใจอย่างยิ่ง และมองว่าพฤติกรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุโหดเหี้ยมเกินกว่าจะให้อภัย โดยเฉพาะนายป๋อง ซึ่งเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียง 2 เดือน แต่กลับมาก่อเหตุสังหารผู้คนถึง 5 ศพ จึงเห็นว่าสมควรได้รับโทษประหารชีวิตเท่านั้น
เมื่อถูกถามว่ารู้จักนายป๋องหรือไม่ นายกฤษดา ระบุว่า ผู้ต้องหาเป็นคนในพื้นที่ จึงพอรู้จักกัน แม้จะไม่ได้สนิทสนม แต่ก็ทราบว่ามีพฤติกรรมเกเร และมักพกอาวุธปืนข่มขู่ชาวบ้านอยู่เป็นประจำ ส่วนกระแสที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ต้องหาอาจมีความใกล้ชิดกับตำรวจ หรือเป็นเด็กของตำรวจนั้น ตนไม่สามารถยืนยันได้ ขณะที่กรณีที่นายป๋องเคยสวมเสื้อกั๊กหรือชุดคล้ายตำรวจ คนในพื้นที่ต่างรู้กันดีว่าไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง
หลานชายของผู้เสียชีวิตยังเล่าว่า ในวันที่มีการนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง ตนได้มีโอกาสเผชิญหน้ากับนายป๋อง และได้พูดกับผู้ต้องหาว่า "โดนประหารแน่" หลังจากนั้นผู้ต้องหาจำตนได้ ก่อนจะก้มหน้าและยกมือขอโทษ ขณะที่นายป๋องมีเพียงการมองค้อนกลับมา
นอกจากนี้ ครอบครัวยังสะท้อนถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ โดยระบุว่า หลังเข้าแจ้งความคนหายตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ในช่วงแรกไม่ได้ให้ความสำคัญกับคดีเท่าที่ควร และไม่ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักหรือแกะรอยเบาะแสอย่างจริงจัง จนท้ายที่สุดเกิดเหตุสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ครอบครัวไม่ได้ติดใจประเด็นดังกล่าวแล้ว และได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อย
ก่อนเดินทางนำร่างผู้เสียชีวิตกลับจังหวัดชลบุรี นายกฤษดาได้กล่าวกับน้าสาวและครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "วันนี้ตั้งใจมารับกลับบ้านเรานะ" ก่อนจะเคลื่อนย้ายร่างขึ้นรถ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัวและญาติผู้สูญเสีย
