- 04 ส.ค. 2569
เปิดชีวิต "บุหลัน" หลังหายตัว 3 เดือน น้องชายออกตามหาหวั่นโยงคดีสะเทือนขวัญ ที่แท้ชะตาพลิกเป็นคนเร่ร่อน ถูกหินฟาดหัว เก็บหอยประทังชีวิต
หลังสร้างความโล่งใจให้กับครอบครัว เมื่อทีมงานของ "กัน จอมพลัง" ตามหาจนพบตัว "บุหลัน สลาจเนส" หญิงวัย 35 ปี ที่หายตัวไปนานกว่า 3 เดือน ล่าสุด "กัน จอมพลัง" ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอตลอดช่วงเวลาที่หายไป เผยชีวิตพลิกผันจนกลายเป็นคนเร่ร่อน ถูกทำร้ายศีรษะ ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ต้องเก็บหอยดองน้ำปลาประทังชีวิต
จากกรณีที่ "กัน จอมพลัง" หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ได้โพสต์ประกาศตามหา "บุหลัน สลาจเนส" หญิงวัย 35 ปี ซึ่งหายตัวไปอย่างปริศนาในพื้นที่จังหวัดชลบุรี หลังน้องชายเข้าขอความช่วยเหลือ เนื่องจากไม่สามารถติดต่อพี่สาวได้เป็นเวลานานเกือบ 3 เดือน โดยก่อนขาดการติดต่อ "บุหลัน" แจ้งเพียงว่ารถจักรยานยนต์หาย ก่อนสัญญาณโทรศัพท์จะเงียบหายไป บริเวณใกล้เขาชีจรรย์ จนหลายคนกังวลว่าอาจได้รับอันตราย
กระทั่งเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ทีมงานของ "กัน จอมพลัง" พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง สภ.เมืองพัทยา รวมถึงอาสาสมัครและประชาชนที่ร่วมให้เบาะแส ได้ช่วยกันออกค้นหา ก่อนใช้เวลาเพียงกว่า 2 ชั่วโมง ก็สามารถพบตัว "บุหลัน" ได้ภายในบ้านร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา
ทันทีที่ได้พบหน้าน้องชาย "บุหลัน" ได้วิ่งเข้าไปสวมกอดและร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ หลังทั้งคู่ไม่ได้พบกันเป็นเวลาหลายเดือน ท่ามกลางบรรยากาศสุดซาบซึ้งของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์
ล่าสุด "กัน จอมพลัง" ได้ออกมาอัปเดตถึงชีวิตของ "บุหลัน" ตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นคนเร่ร่อน หลังรถจักรยานยนต์และโทรศัพท์มือถือถูกผู้อื่นนำไป อีกทั้งยังถูกทำร้ายด้วยการใช้ก้อนหินฟาดศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บและยังไม่ได้ไปตัดไหม
นอกจากนี้ "บุหลัน" ยังไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ ทำให้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ด้วยการเก็บหอยจากทะเลมาดองน้ำปลาเพื่อประทังความหิวและประคองชีวิตในแต่ละวัน
"กัน จอมพลัง" ยังเผยความรู้สึกหลังภารกิจครั้งนี้สำเร็จว่า การตามหาครั้งนี้เกิดขึ้นจากการประสานความร่วมมือของหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง สภ.เมืองพัทยา ทีมงาน นักข่าว และประชาชนที่ช่วยกันให้ข้อมูล จนสามารถพา "บุหลัน" กลับมาพบกับครอบครัวได้อีกครั้ง
พร้อมระบุว่า ภาพวินาทีที่พี่น้องได้กลับมาเจอกัน ต่างวิ่งเข้าสวมกอดและร้องไห้ด้วยความดีใจ เป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่ร่วมภารกิจ และสะท้อนให้เห็นว่า การไม่ยอมแพ้ในการตามหาผู้สูญหาย อาจเปลี่ยนชะตาชีวิตของใครคนหนึ่งให้ได้กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวอีกครั้ง
