- 04 ส.ค. 2569
ครีเอเตอร์สาวสุดงง ถูกกุข่าวเสียชีวิต ทั้งที่ยังมีชีวิตและกำลังรักษาตัว เตือนเป็นอุทาหรณ์ อย่าหาทำ เสี่ยงติดคุกได้เลย
แบบนี้ก็ได้หรอ ครีเอเตอร์สาวเจ้าของเฟซบุ๊ก "หลง หลิง" ออกมาโพสต์ชี้แจง หลังพบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความอ้างว่าเธอเสียชีวิต ทั้งที่ความจริงยังมีชีวิตอยู่ และเพิ่งหายหน้าไป 2 วันเพื่อรักษาตัวจากอาการป่วย
โดย หลง หลิง โพสต์ข้อความระบุว่า "หายไป2วัน เพื่อรักษาตัวเองจากการป่วย มาเจอรูปตัวเองพร้อมโพสต์แบบนี้ เป็นใครก็ไม่โอเคเลยนะคะ ไม่รู้ว่าคุณคือใคร แต่ทำแบบนี้มันรุนแรงไปค่ะ และหลิงยังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ตายเนาะ เห้อออ...คนเรา!"
ก่อนหน้านี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า "ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ พึ่งพราบข่าวการป่วยเมื่อ2วันก่อน และวันนี้ข่าวร้ายคือพี่เขาเสียชีวิตแล้วครับ"
ต่อมา หลง หลิง อัปเดตความคืบหน้าว่า ได้ให้เพื่อนช่วยตรวจสอบข้อมูล จนพบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการกระทำของกลุ่มที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน ซึ่งสร้างกระแสด้วยการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ โดยระบุว่า "สืบมาแล้วนะคะ ทางหลิงให้เพื่อนๆช่วยกันหาข้อมูล สรุป คือเป็นพวกเว็บพนันมาปั่นค่ะ แล้วทางนั้นได้ทำการปิดเฟซบุ๊คหนีแล้วเรียบร้อยค่ะ แต่ก่อนจะปิดช่องหนี เขาก็ทักมาขอโทษและหลังจากนั้น ก็บินหายไปในอวกาศเลยทันที"
หลังจากนั้น เจ้าตัวยังโพสต์ภาพข้อความแชต พร้อมอัปเดตว่า "อัปเดทล่าสุดนะคะ จากน้องคนนั้น อย่าหาทำแบบนี้กับใครอีก ถ้าเจอคนจริง น้องอาจติดคุกได้เลยนะ"
โดยในแชท ชายผู้โพสต์ข่าวปลอมได้ส่งข้อความขอโทษ ระบุว่า
"สวัสดีครับ ผมที่เป็นคนโพสต์การเสีย ชีวิตของพี่ครับ ผมอยากขอโทษจากใจจริงครับ ผมคิดน้อยไปหน่อย ตอนนี้ผม ได้ทำการลบโพสต์ไปแล้วครับ พี่อย่าเอา เรื่องผมเลยนะครับ"
ด้าน หลง หลิง ตอบกลับว่า "พี่ไม่เข้าใจเหตุผลของน้องนะคะ ว่าทำไมต้องทำแบบนี้ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าน้องเป็นใครต้องการอะไร หรือมีใครบงการ แต่พี่อยากจะบอกว่า ต่อให้จะรู้จักกัน หรือเป็นคนสนิท น้องก็ไม่ควรไปทำแบบนี้กับใคร อีกอย่าง พี่ไม่รู้ว่าในความรู้สึกของน้อง ตอนนั้นคิดอะไร ถึงได้โพสต์แบบนั้นไป แต่แต่พี่อยากจะบอกว่า อย่าไปทำแบบนี้ กับใคร เพราะเราอาจจะเจอสิ่งนี้ย้อนกลับ มาที่ตัวเรา แล้วอยากจะบอกว่า เวลาทำ อะไรให้คิดเยอะๆ ไม่งั้นน้องจะมีบทเรียนที่ราคาแพงกว่านี้ พี่ขอเตือนไว้ ในมุมมองของคนที่ผ่านอะไรมาเยอะ"
ขณะที่ชายผู้โพสต์ข่าวปลอมยืนยันอีกครั้งว่า "ผมขอโทษจริงๆ ครับ"
ขอบคุณ หลง หลิง
