- 05 ส.ค. 2569
ถึงว่าตำรวจได้เบาะแส 2 พี่น้องรัสเซียไว ล่าสุด "ช่างเหน่ง" ยอมพูดหมดเปลือก เรื่อง "นายป๋อง" ทั้งหมดเป็นครั้งแรก
ความคืบหน้าคดี "ป๋อง" ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพราง 5 ศพ ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ล่าสุด "ช่างเหน่ง" อายุ 43 ปี หนึ่งในพยานปากสำคัญที่ตำรวจเชิญตัวไปสอบปากคำหลายครั้ง เนื่องจากเป็นผู้ว่าจ้าง "ธง" ให้เผาถ่าน และเคยให้ "ป๋อง" พักอาศัยหลังพ้นโทษจากเรือนจำ ได้เปิดใจถึงเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นครั้งแรก หลังที่ผ่านมาไม่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อ เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี และยอมรับว่ามีความเครียดอย่างหนัก
ช่างเหน่งเปิดเผยว่า ตนคือบุคคลในคลิปเสียงที่แจ้งเบาะแสให้ตำรวจเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ของสองพี่น้องชาวรัสเซีย โดยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ตนเห็น "ธง" กำลังชำแหละรถจักรยานยนต์อยู่ที่เพิงพักใกล้กับจุดฝังรถในพื้นที่ป่าช้าเก่าทุ่งหลวง จึงเข้าไปถาม "ป๋อง" ว่ารถคันดังกล่าวเป็นของใคร ซึ่งได้รับคำตอบว่าเป็นรถของลูกหนี้ที่ยึดมา เนื่องจากติดหนี้อยู่ 60,000 บาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มชาวรัสเซียได้นำใบประกาศตามหาสองพี่น้องที่สูญหายมาติดบริเวณหน้าห้องแถวของตน เมื่อเห็นภาพรถจักรยานยนต์ในประกาศ ซึ่งตรงกับรถที่เห็น "ธง" กำลังถอดแยกชิ้นส่วน ตนเริ่มสงสัยว่าทั้งสองอาจก่อเหตุร้าย จึงปรึกษาภรรยา ก่อนโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ และให้ข้อมูลทั้งหมดทันที
ช่างเหน่งยังเล่าว่า เคยพูดแซวทั้ง "ป๋อง" และ "ธง" ว่า "ไปทำอะไรรัสเซียมาหรือเปล่า" แต่ทั้งคู่ต่างรีบปฏิเสธ
สำหรับ "ธง" นั้น ช่างเหน่งระบุว่า เป็นลูกจ้างที่ตนจ้างให้เผาถ่านเพื่อนำไปจำหน่ายในร้านของชำ พร้อมให้ใช้รถซาเล้ง 1 คัน ส่วน "ป๋อง" เพิ่งรู้จักกับ "ธง" หลังพ้นโทษออกจากเรือนจำได้ไม่นาน โดยมองว่า "ธง" ค่อนข้างหวาดกลัว "ป๋อง" เพราะอีกฝ่ายมักพกอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา และชอบนำปืนออกมาโชว์เป็นประจำ
ส่วนความสัมพันธ์กับ "ป๋อง" ช่างเหน่งเผยว่า รู้จักกันมาประมาณ 8 ปี หลัง "ป๋อง" เคยนำรถจักรยานยนต์มาจำนำ ก่อนหายตัวไป กระทั่งพ้นโทษออกมาและมาขอพักอาศัยชั่วคราว โดยบอกว่าจะไปหางานทำที่ จ.ระยอง แต่สุดท้ายกลับพักอยู่นานเกือบ 2 เดือน ระหว่างนั้น "ป๋อง" มีพฤติกรรมเหมือนคนทั่วไป ช่วยล้างจาน กวาดบ้าน ทำความสะอาด และตนยังให้เงินใช้วันละ 100-200 บาท
นอกจากนี้ ช่างเหน่งยังอ้างว่า "ป๋อง" และ "ธง" ได้นำรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีแดงของตนไปใช้ก่อเหตุ และใช้เป็นพาหนะหลบหนีมุ่งหน้าจังหวัดสระแก้ว โดยรถคันดังกล่าวเดิมใช้สำหรับซื้อของเข้าร้านขายของชำ
ส่วนกรณีเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ของครอบครัวพ่อแม่ลูกผู้เสียชีวิต ช่างเหน่งยืนยันว่า "ป๋อง" เคยนำมาเสนอให้ฟรี แต่ตนปฏิเสธรับไว้ เพราะไม่ทราบที่มา และได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้กับพนักงานสอบสวนทั้งหมดแล้ว
ช่างเหน่งยอมรับว่า เมื่อทราบความจริง รู้สึกเหมือน "เลี้ยงงูเห่าไว้ในบ้าน" และยังตกใจเมื่อย้อนนึกถึงวันที่ 11 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของตน เพราะวันนั้นยังพา "ป๋อง" ไปทำบุญที่วัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ทั้งที่ภายหลังทราบว่า ช่วงเวลาดังกล่าวผู้ต้องหาทั้งสองถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุสังหารครอบครัวพ่อแม่ลูกแล้ว
เขายังบอกอีกว่า รู้สึกโชคดีที่ "ป๋อง" ไม่ได้ทำอันตรายลูกและภรรยาของตน แม้ว่าลูกจะค่อนข้างสนิทกับ "ป๋อง" ก็ตาม
ช่างเหน่งยังเปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดความเครียดอย่างหนักจากกระแสสังคมและการถูกเรียกสอบปากคำหลายครั้ง จนรู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัย อีกทั้งยังถูกชาวบ้านนินทาว่าเป็นผู้ให้ที่พักพิงกับ "ป๋อง" ถึงขั้นครั้งหนึ่งเคยคิดใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง โดยนำปืนจ่อศีรษะแล้ว แต่จังหวะนั้นมีโทรศัพท์เข้ามา และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเดินทางมาที่บ้าน จึงตัดสินใจวางปืนและออกไปพบตำรวจ
พร้อมกันนี้ ช่างเหน่งยังยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่มาตั้งแต่ต้น และสามารถคลี่คลายคดีได้สำเร็จ พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า "ป๋อง" ควรได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย
ภายหลังการให้สัมภาษณ์ ช่างเหน่งยังพาผู้สื่อข่าวไปดูห้องพักใกล้ร้านขายของชำ ซึ่งเคยเป็นที่พักของ "ป๋อง" โดยภายในยังพบเสื้อผ้า ที่นอน รองเท้า และของใช้ส่วนตัวหลายรายการวางอยู่ ขณะที่ช่างเหน่งเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ก่อนเกิดเหตุ สองพี่น้องชาวรัสเซียเคยเห็น "ป๋อง" พาหญิงสาวเข้ามาที่ห้องดังกล่าว แต่ในเวลานั้นไม่ได้เอะใจ เพราะเข้าใจว่าเป็นแฟนของ "ป๋อง" เท่านั้น
