ถึงว่า พี่เลี้ยงสาวตรวจไม่เจอ HIV ทั้งๆ ที่มีผื่นเต็มตัว

ถึงว่า พี่เลี้ยงสาวตรวจไม่เจอ HIV ก่อนเจ้านายรับเข้าทำงาน ทั้งๆ ที่มีผื่นเต็มตัว - รักษาไม่หาย ก่อนสุดท้ายเจอเชื้อระยะที่ 3

กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์ หลังหญิงสาวรายหนึ่งออกมาเล่าประสบการณ์สุดช็อก เมื่อพี่เลี้ยงที่จ้างมาช่วยดูแลงานบ้านตรวจพบว่าติดเชื้อ HIV ระยะที่ 3 แม้ก่อนหน้านี้จะเคยตรวจแล้วไม่พบเชื้อ ทำให้คนในบ้านต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพทั้งหมด ก่อนพบว่ามีผู้ติดเชื้อวัณโรคแฝง จึงอยากนำเรื่องราวมาเตือนให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการตรวจสุขภาพเป็นประจำ

 

ถึงว่า พี่เลี้ยงสาวตรวจไม่เจอ HIV ทั้งๆ ที่มีผื่นเต็มตัว

โดยเพจ "โรสกันน๊อค" เล่าเรื่องจากบ้านหลังหนึ่งว่า ได้จ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลงานบ้าน ทั้งซักผ้า ทำอาหาร และช่วยงานต่าง ๆ โดยตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน สังเกตเห็นว่าพี่เลี้ยงมีผื่นขึ้นทั่วร่างกาย เมื่อสอบถามก็ได้รับคำตอบว่าเป็นผื่นเรื้อรัง รักษามาหลายแห่งทั้งโรงพยาบาลและคลินิก เสียค่าใช้จ่ายไปจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่หายขาด

 

เจ้าของโพสต์ระบุว่า ได้แนะนำให้พี่เลี้ยงไปพบแพทย์อีกครั้ง พร้อมตรวจเลือดหาเชื้อ HIV ซึ่งผลตรวจในครั้งแรกออกมาเป็นลบ ทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจ และพี่เลี้ยงก็ยังคงเดินหน้ารักษาอาการผื่นต่อไป ทั้งหาหมอและลองวิธีรักษาหลายรูปแบบ

 

ต่อมามีเพื่อนของเจ้าของบ้านเดินทางมาเยี่ยม ก่อนทักว่ามีกลิ่นแปลก ๆ คล้ายกลิ่นผู้สูงอายุ ซึ่งภายหลังจึงทราบว่าเป็นกลิ่นจากน้ำเหลืองที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของอาการป่วย

 

ด้วยความเอ็นดู เจ้าของโพสต์จึงพาพี่เลี้ยงไปทำสวย และในวันเดียวกันพี่เลี้ยงได้เข้ารับการตรวจเลือดอีกครั้ง ก่อนผลตรวจจะออกมาว่าพบเชื้อ HIV จากนั้นจึงเข้ารับการตรวจยืนยันซ้ำที่โรงพยาบาลอีกหลายแห่ง ซึ่งผลออกมาตรงกันว่าติดเชื้อจริง และอยู่ในระยะที่ 3

 

แพทย์แจ้งว่า ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง ทั้งเชื้อรา ตับอักเสบ ปอดอักเสบ และวัณโรค ทำให้คนในบ้านต่างรู้สึกตกใจ เพราะใช้ชีวิตร่วมกันมาตลอด จึงตัดสินใจเข้ารับการตรวจสุขภาพทั้งหมด

 

ถึงว่า พี่เลี้ยงสาวตรวจไม่เจอ HIV ทั้งๆ ที่มีผื่นเต็มตัว

ผลตรวจของเจ้าของโพสต์พบว่ามีฝ้าที่ปอดเล็กน้อยจากการติดเชื้อวัณโรคแฝง จึงต้องเข้ารับการรักษาด้วยยาต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน พร้อมหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนในช่วงหนึ่ง โดยระบุว่าผลข้างเคียงของยาทำให้มีอาการคลื่นไส้ ง่วงนอน นอนไม่หลับ และเกิดความเครียด

 

ท้ายที่สุด เจ้าของโพสต์ย้ำว่า ต้องการแบ่งปันเรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อเตือนให้ทุกคนอย่ามองข้ามอาการผิดปกติเล็ก ๆ ของร่างกาย และเห็นความสำคัญของการตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพราะโรคบางชนิดอาจซ่อนตัวอยู่เป็นเวลานานกว่าจะแสดงอาการ พร้อมส่งกำลังใจให้ผู้ที่กำลังรักษาตัวและเผชิญกับเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน

 

หมายเหตุ: การติดเชื้อ HIV ไม่แพร่ผ่านการใช้ชีวิตร่วมกันทั่วไป เช่น การอยู่บ้านเดียวกัน รับประทานอาหารร่วมกัน การกอด จับมือ หรือใช้ห้องน้ำร่วมกัน ส่วนวัณโรคเป็นโรคที่สามารถแพร่กระจายผ่านละอองฝอยในอากาศจากผู้ป่วยที่มีวัณโรคปอดระยะแพร่เชื้อได้ ดังนั้น ผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และเข้ารับการตรวจเมื่อมีความเสี่ยง

 

อย่างไรก็ตามมีพยาบาลสาวรายหนึ่งได้เข้ามาให้ข้อมูลว่า "ช่วงที่น้อง ตรวจไม่เจอ เป็นไปได้ 3 แบบ คือ 1. น้องไม่ได้ไปตรวจจริง แต่โกหกว่าไปตรวจ 2. อยู่ในระยะ Window period คือปริมาณเชื้อไม่เยอะ ตรวจได้ Negative หรือ Antibody ต่อเชื้อ ยังไม่ขึ้น จึงตรวจได้ Non-reactive ตรวจไม่ขึ้น/ไม่เจอ แต่จริงๆมีเชื้อ และแพร่เชื้อได้ ต้องตรวจซ้ำ 3. น้องตรวจด้วย Self test kit ที่ไม่ได้มาตรฐาน/หมดอายุ หรือปริมาณ Blood/Saliva specimen น้อยไม่เพียงพอ ผล Inconclusive"

 

ถึงว่า พี่เลี้ยงสาวตรวจไม่เจอ HIV ทั้งๆ ที่มีผื่นเต็มตัว