รู้แล้ว "เสือ" ตัวไหน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้ง เร่งตามจับ

อาลัยเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้ง เสือโคร่งลากร่างไปไกล 200 เมตร ล่าสุดรู้ตัวเสือแล้ว เตรียมจับตัวเพื่อหาสาเหตุพฤติกรรมผิดปกติ ยืนยันไม่มีการทำร้ายแน่นอน

จากกรณีการเสียชีวิตของ นายศักรินทร์ วิชาจารย์ พนักงานราชการ สังกัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หลังถูกสัตว์ป่าทำร้ายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวเสือโคร่งที่เชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุได้แล้ว และอยู่ระหว่างวางแผนเข้าจับเพื่อนำมาตรวจพิสูจน์ DNA พร้อมศึกษาสาเหตุของพฤติกรรมที่ทำร้ายคน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

 

รู้แล้ว เสือตัวไหน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้ง เร่งตามจับ

รู้แล้ว เสือตัวไหน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้ง เร่งตามจับ

 

ก่อนเกิดเหตุ เพื่อนเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามนายศักรินทร์ หลังไม่เดินทางมาตามจุดนัดหมายเพื่อปฏิบัติภารกิจค่ายเยาวชน เมื่อเข้าตรวจสอบบริเวณที่พัก พบเพียงโทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินส่วนตัว พร้อมร่องรอยคล้ายสัตว์ป่า ก่อนจะค้นพบร่างผู้เสียชีวิตบริเวณลำห้วยทับเสลา ห่างจากจุดที่พักประมาณ 200 เมตร โดยพบรอยตีนเสือโคร่งใหม่อยู่ไม่ไกลจากจุดพบศพ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าสัตว์ที่ก่อเหตุคือเสือโคร่ง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความกังวลคือ เสือโคร่งตัวดังกล่าวมีพฤติกรรมออกล่านอกพื้นที่หากินตามปกติ และเข้ามาใกล้บริเวณที่พักของเจ้าหน้าที่ ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ใช้ปฏิบัติงานและพักอาศัยเป็นประจำ ทำให้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เสือเปลี่ยนพฤติกรรม

ภายหลังเกิดเหตุ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้ทีมผู้เชี่ยวชาญจากกองอนุรักษ์สัตว์ป่าเข้าดำเนินการจับเสือโคร่งบริเวณใกล้สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพื่อนำตัวอย่าง DNA ไปเปรียบเทียบกับขนเสือที่พบใกล้จุดเกิดเหตุ โดยคาดว่ามีเสือโคร่งในพื้นที่เป้าหมายไม่เกิน 5 ตัว

รู้แล้ว เสือตัวไหน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้ง เร่งตามจับ

 

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุว่า มีทีมวิจัยติดตามประชากรเสือโคร่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมาอย่างต่อเนื่อง และมีฐานข้อมูลของเสือแต่ละตัวอยู่แล้ว การตรวจพิสูจน์ DNA จะช่วยยืนยันตัวเสือที่ก่อเหตุ ศึกษาพฤติกรรม และกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียกับเจ้าหน้าที่หรือประชาชนในอนาคต

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันว่า ภารกิจดังกล่าว ไม่ใช่การล่าเสือ แต่เป็นการปฏิบัติงานทางวิชาการของทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อค้นหาสาเหตุของพฤติกรรมที่ทำร้ายคน และดำเนินการตามหลักการอนุรักษ์ โดยจะไม่มีการทำร้ายเสือโคร่งแต่อย่างใด

ล่าสุด วันที่ 6 สิงหาคม 2569 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทราบแล้วว่าเสือโคร่งตัวใดทำร้ายนายศักรินทร์จนเสียชีวิต

จากฐานข้อมูลของทีมวิจัยเสือโคร่ง พบว่า พื้นที่เกิดเหตุเป็นอาณาเขตของ "อภิญญา" เสือโคร่งเพศเมียเต็มวัย อายุประมาณ 8 ปี ที่อาศัยอยู่พร้อมลูกเสือ 3 ตัว ซึ่งเป็นครอกที่ 2 มีอายุราว 1 ปี 6 เดือน และใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวเป็นประจำ

ผลการตรวจสอบจากกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ ระบุว่า เสือที่กลับมายังจุดล่าเหยื่อหลังเกิดเหตุเป็นลูกเสือโคร่ง 1 ใน 3 ตัวของแม่เสือ "อภิญญา" โดยกลับมาบริเวณล่าเหยื่อเพียงลำพัง ขณะที่การประเมินของนักวิจัยคาดว่า เสือตัวดังกล่าวน่าจะเป็นลูกเสือวัยประมาณ 1 ปีครึ่ง ซึ่งอยู่ในช่วงเรียนรู้การล่าเหยื่อตามธรรมชาติ

นักวิจัยอธิบายว่า ในวันเกิดเหตุ ลูกเสือเดินผ่านเข้ามาใกล้บริเวณที่เจ้าหน้าที่กำลังนอนพักในลักษณะราบไปกับพื้น ทำให้เสืออาจเข้าใจผิดว่าเป็นเหยื่อ เนื่องจากมีลักษณะคล้ายสัตว์ที่เสือมักล่า ประกอบกับวัยของเสือที่ยังอยู่ในช่วงอยากรู้อยากเห็นและฝึกทักษะการล่า จึงอาจนำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นความบังเอิญ เพราะโดยธรรมชาติแล้ว เสือโคร่งจะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้อาคารหรือพื้นที่ที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ และหากรับรู้การเคลื่อนไหวของคน มักจะรีบหลบหนีทันที

ขณะนี้ทีมวิจัยเสือโคร่งได้ลงพื้นที่ประชุม วางแผน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเบื้องต้นเชื่อว่าเสือที่ก่อเหตุเป็นลูกเสืออายุประมาณ 1 ปีเศษ และเตรียมดำเนินการจับเพื่อตรวจพิสูจน์ DNA ก่อนสรุปผลอย่างเป็นทางการต่อไป