รู้แล้วยิ่งขนลุก จำนวนกระสุนทั้งหมดที่เด็ก ม.ต้น พกมาก่อเหตุ

เปิดจำนวนกระสุน “เด็ก 14” พกติดตัวก่อนก่อเหตุถล่มโรงเรียนดังนนทบุรี ตำรวจยืนยันแล้วจากผลการสืบสวนที่เกิดเหตุ

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังมีรายงานว่านักเรียนชายรายหนึ่งก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงภายในบริเวณโรงเรียน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 15-20 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งสิ้น 8 ราย

 

รู้แล้วยิ่งขนลุก จำนวนกระสุนทั้งหมดที่เด็ก ม.ต้น พกมาก่อเหตุ

รู้แล้วยิ่งขนลุก จำนวนกระสุนทั้งหมดที่เด็ก ม.ต้น พกมาก่อเหตุ

 

ขณะเดียวกัน มีรายงานจากชุดสืบสวนระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ เด็กชายผู้ก่อเหตุได้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเหตุกราดยิงในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ผ่านคอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่บ้านพัก

ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ เด็กชายผู้ก่อเหตุทราบว่าปู่ของตัวเองเก็บอาวุธปืนไว้ในตู้บริเวณชั้น 2 ของบ้าน จึงใช้เก้าอี้ปีนขึ้นไปนำอาวุธปืนออกมา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า ปู่ลืมล็อกตู้เก็บปืน หรือเด็กชายขโมยกุญแจของปู่มาไขตู้

รายงานจากชุดสืบสวนระบุว่า บริเวณที่เก็บอาวุธปืนมีเครื่องกระสุนอยู่ทั้งหมด 3 กล่อง กล่องละ 50 นัด รวม 150 นัด โดยเด็กชายผู้ก่อเหตุหยิบกระสุนออกมา 2 กล่อง รวม 100 นัด

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนำกระสุนออกจากบ้าน เด็กชายทำกระสุนตกจำนวน 2 นัด ส่งผลให้เหลือกระสุนที่นำติดตัวไปด้วย 98 นัด

รู้แล้วยิ่งขนลุก จำนวนกระสุนทั้งหมดที่เด็ก ม.ต้น พกมาก่อเหตุ

 

หลังจากนำอาวุธปืนออกจากที่เก็บแล้ว เด็กชายได้นำอาวุธไปลงมือเข้าที่บริเวณท้ายทอย ขณะปู่กำลังทำกับข้าว ก่อนขึ้นไปลงมือกับย่าซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอน

หลังจากก่อเหตุกับปู่และย่าแล้ว เด็กชายได้เดินทางมายังโรงเรียนตามปกติ โดยนำอาวุธปืนและกระสุนที่เหลือทั้งหมดใส่ไว้ในกระเป๋านักเรียน

เมื่อถึงโรงเรียน เด็กชายเข้าเรียนคาบแรกตามปกติ ซึ่งเป็นวิชาสังคมศึกษา แต่ในวันดังกล่าวอาจารย์วิชาสังคมศึกษายังไม่ได้ขึ้นมาสอน และมีอาจารย์คณิตศาสตร์สลับคาบขึ้นมาสอนแทน

จากนั้นเด็กชายผู้ก่อเหตุจึงเริ่มก่อเหตุ โดยอาจารย์คณิตศาสตร์เป็นบุคคลแรกที่ถูกยิง ก่อนจะมีพฤติการณ์ใช้อาวุธปืนไล่ยิงบุคคลที่พบเห็นภายในโรงเรียน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปิดล้อมพื้นที่จากหลายด้าน

ต่อมาเด็กชายผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ที่เข้าควบคุมสถานการณ์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็น ทั้งสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุ รวมถึงเส้นทางการได้มาซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุน เพื่อสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป