- 08 ส.ค. 2569
ศิษย์เก่าเปิดแผลในอดีต เล่าถูกบูลลี่-ทำร้ายซ้ำ “โชคดีที่ตอนนั้นเราไม่มีความกล้าพอ” พร้อมตั้งคำถามถึงการดูแลนักเรียน
จากกรณีเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ท่ามกลางความสูญเสียและคำถามถึงปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ล่าสุดมีศิษย์เก่ารายหนึ่งออกมาเปิดเผยเรื่องราวในอดีตผ่านเฟซบุ๊ก "อัคคีรัศม์ การณมรณกิเลส" เล่าประสบการณ์เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ระบุว่า สวัสดีเราเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนที่มีเหตุ #กราดยิง เรามีความจริงด้านหนึ่งจะมาเล่าให้ฟัง เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว ช่วงประมาณ ม.2-3 เรามีประสบการณ์เลวร้าย ไม่ต่างอะไรกับผู้ก่อเหตุ เราถูกรีดไถเงินโดยกลุ่มเด็กเกเรนับครั้งไม่ถ้วน ของส่วนตัวต่างๆของเราถูกขโมย เอาไปทิ้ง/ซ่อน เราถูกขังไว้ในห้องเรียน/ห้องน้ำหลายครั้ง
เราถูกเพื่อนเกือบทั้งห้องแบน เนื่องจากเราไปช่วยครูขนของมาเตรียมสอน ในวิชาที่คนส่วนใหญ่เกลียด เราถูกรุมด่าอย่างหยาบคาย ต่อหน้าครู
แน่นอนว่า ครูนิ่งเฉย เราถูกทำร้ายร่างกายโดยการกดลงพื้นแล้วกระทืบ ต่อหน้านักเรียนครึ่งระดับชั้น หลายครั้งที่ร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งครูประจำชั้น หรือครูฝ่ายปกครอง กลับไม่เคยได้รับการช่วยเหลือ เราพยายามต่อสู้ป้องกันตัว จนเข้าห้องปกครอง กลายเป็นว่า เราเป็นฝ่ายผิด ผิดที่ป้องกันตัวเอง? เราถูกครูคณิตคนหนึ่งเกลียดเข้าไส้ เพราะเราป่วย ไม่ค่อยได้ไปโรงเรียน เลยทำให้ไม่ได้ส่งงาน เราถูกครูคณิตคนนั้นตีซ้ำๆ จนเป็นแผลหลายแห่ง จนไม่สามารถนั่งเรียนปกติได้ด้วยซ้ำ เราถูกหักคะแนน แก้คะแนนที่เคยให้ไปแล้วให้ลดลง เนื่องจากเป็นชื่อเรา เราเคยถูกฟาดในขณะเข้าแถวอย่างแรง เป็นแผลที่สะบักเป็นแนวยาว นางบอกว่า หมั่นไส้
เรามีคะแนนเก็บและสอบรวมกันเกิน 50 ไม่ติด 0 แต่นางก็ยังกดคะแนนให้ 0 ทั้งๆที่วิชาอื่นเกรด 4 เมื่อติด 0 แล้ว นางไม่ยอมให้เราแก้เกรด ต้องไปรายงานครูหัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์ เราถูกครูคณิตคนนั้น "ตามมาด่าถึงหน้าบ้าน" ด่าทั้งเราและแม่ เนื่องจากเรารายงานสิ่งที่นางทำให้กับครูหัวหน้ากลุ่มสาระคณิตฯ
เรื่องที่นางทำ และ ที่มาด่าถึงหน้าบ้านถูกปกปิด ไม่เคยไปถึงผู้ใหญ่ในโรงเรียน ไม่มีโทษทางวินัย ครูที่ปรึกษาประจำชั้นพยายามเข้ามาช่วย แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมทั้งบอกว่า เด็กมีเรื่องกับครูไปก็ไม่คุ้ม อาการของโรคซึมเศร้าของเรารุนแรงขึ้น จนไปเรียนไม่ไหว พอกลับไปก็ถูกด่าเรื่องขาดเรียนบ่อย โดยไม่มีการถามเหตุผล แม่เราเห็นว่า อาการของเราไม่ไหวแล้วจึงพาไปลาออก ไม่ต้องไปเรียนแล้ว
ผอ.ในสมัยนั้น (ปัจจุบันนี้ออกข่าวว่าเข้าคุกไปแล้ว) ไม่ยอมให้เราลาออก เนื่องจากเราเป็นเด็กกิจกรรมสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน มีการเรียนประชุมครูแนะแนวทั้งโรงเรียน ซึ่งมีอยู่4คน เพื่อหาทางออกและช่วยเหลือเรา
แน่นอน... ไม่มีทางช่วยใดๆ ในเมื่อผอ.ไม่ให้ลาออก เราก็ไม่ไปโรงเรียนอีกเลย ขนาดไม่ไปโรงเรียนแล้ว ยังมีการปล่อยข่าวลือว่า เราไม่มาโรงเรียนเพราะอกหัก มีคนไม่รับรัก ทั้งๆที่เราไม่เคยมีความรักด้วยซ้ำ ในตอนนั้น เรามีความรู้สึกเกลียดชังทุกคน เกลียดทั้งพวกบูลลี่ เกลียดครูที่นิ่งเฉย เกลียดทุกคนที่รับรู้ทุกอย่างแต่ไม่ทำอะไรเลย ถึงขนาดที่เราคิดจะพกมีดติดตัว เพื่อปกป้องตัวเอง
แต่โชคดีที่ตอนนั้น เราไม่มีความกล้าพอ ไม่งั้น เราคงเป็นผู้ก่อเหตุอีกคน เมื่อยี่สิบปีก่อนแน่ๆ
สิ่งที่หลงเหลืออยู่ทุกวันนี้ คือ โรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง ที่ทำลายชีวิตเราไม่เหลือชิ้นดี และ ตามหลอกหลอนเราถึงทุกวันนี้ แค่จะเขียนโพสต์นี้ มือสั่น ใจสั่น เหมือนเรื่องราวในอดีตจะหวนกลับมา ปัจจุบัน เราเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ลบอดีตทุกอย่างทิ้ง เลิกติดต่อกับทุกคนที่รู้ตัวตนของเรา ว่าเราคือใคร เรารักโรงเรียนนี้นะ แต่ก็เกลียดคนที่นี่เข้าไส้เช่นกัน ไม่คิดเลยว่า... ที่นี่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม...EDIT ไม่ได้โพสต์เพื่อฟอกขาวผู้ก่อเหตุ แต่กำลังชี้ให้เห็นถึงต้นตอของปัญหา และการถูกละเลยจากคนที่เรียกตัวเองว่า ครู โดยเฉพาะโรงเรียนที่เกิดเหตุ ที่แม้จะพัฒนาไปมาก แต่การดูแลและปกป้องนักเรียนที่ถูกทำร้าย ยังเละเทะเหมือนเดิม 20ปี ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
พร้อมคอมเมนต์ว่า หนึ่งในครูผู้เสียชีวิต คือ คนที่อยู่ในเรื่องเล่านี้ด้วย ขอไม่เอ่ยนาม
ต่อมาโพสต์อีกครั้งว่า หนึ่งในครูที่ถูกยิงเสียชีวิต เคยเห็นเราถูกทำร้ายต่อหน้าแล้วนิ่งเฉย ไม่ช่วยแถมยังหัวเราะใส่
ล่าสุดวันนี้ (8 ส.ค. 2569)เช้านี้ตื่นมาเจอคำถามมหาศาล ขอรวบรวมไว้ที่เดียวเลยละกัน
- เรื่องราวของผมเกือบ20ปีก่อน ไม่ระบุเลขปีที่ชัดเจน เพราะมีหลายคนเริ่มเดาถูก
- เหตุการณ์ต่างๆเริ่มขึ้นตั้งแต่ม.2 แล้วหนักขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดพีคตอนม.3 และคู่กรณีส่วนใหญ่ไปต่อโรงเรียนอื่น ทำให้เรื่องสงบ ส่วนผมยังอยู่ที่เดิม แต่ก็ไม่ได้อยู่จนจบม.ปลาย
- ครูคณิตในเรื่องไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้ และเขาย้ายออกไปหลังจากการมาด่าหน้าบ้านตอนจบชั้นปีนั้น
- เรื่องพฤติกรรมครูคณิตไม่ไปถึงรองฯและผอ. เนื่องจากครูหัวหน้ากลุ่มสาระและครูที่ปรึกษาขอไว้
- ครูที่เสียชีวิต หัวเราะเพราะเห็นว่าการบูลลี่เป็นเรื่องตลก ไม่มีการห้ามปราม เพิกเฉย
- เคยรายงานนักเรียนคู่กรณีจนเข้าห้องปกครอง ซึ่งฝ่ายปกครองให้ความเป็นธรรมดี แต่ไม่สามารถหยุดพฤติกรรมดังกล่าวได้ หลังจากนั้นครูที่ปรึกษาเรียกพบผมส่วนตัวว่า ผมก็เป็นฝ่ายผิด ที่ไม่ยอมคุยกันดีๆ ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่
- ประเด็นผอ. ผมเคยเขียนใบลาออกและยื่นเรื่องให้ผอ.เซ็นรับทราบ แน่นอนว่าผอ.ไม่เซ็น ไม่ต้องการไม่ผมลาออก เพราะผอ.จำได้ว่า ผมเป็น1ในกลุ่มนักเรียนกิจกรรม ที่ออกไปสร้างชื่อเสียงนอกโรงเรียนหลายครั้ง แต่เนื่องด้วยปัญหาโรคซึมเศร้าที่กัดกินเป็นเวลานาน ผมจึงตัดสินใจหยุดเรียนด้วยตนเอง
ทุกวันนี้ ผมเปลี่ยนชื่อนามสกุลไปแล้ว ฝังตัวตนเก่าไปพร้อมกับความทรงจำที่เจ็บปวด ผมไม่รู้ว่าตัวเองรุ่นอะไรด้วยซ้ำ ไม่สนใจ แต่ในอดีตนั้น เรื่องราวความทรงจำดีๆก็ยังมี มีครูดีๆหลายคนที่พยายามช่วยเหลือและส่งเสริมนักเรียนในหลายๆด้าน แต่สิ่งที่ยังขาดไป คือ การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ถ้าผมต้องการดิสเครดิตโรงเรียนหรือผู้เสียชีวิต หรือบุคคลใดๆในเรื่อง ผมคงเปิดชื่อไปแล้ว แต่ที่ต้องการสื่อคือ ปัญหานี้ไม่เคยได้รับการแก้ไข ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ปัญหาเดิมก็วนมาอีก ต้องมีเหยื่อที่ถูกสังคมบูลลี่อีกเท่าไร ต้องมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเท่าไร อนาคตของชาติต้องเสี่ยงกับอะไรแบบนี้ จริงๆเหรอ ไม่ใช่แค่โรงเรียนนี้ แต่ทุกๆโรงเรียนในประเทศไทย ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ภาครัฐควรทำอะไรสักที
ขอบคุณ อัคคีรัศม์ การณมรณกิเลส
