เยาวชน 13-15 ปี ไล่ยิงแย่งสาว! ลุง 63 โดนลูกหลงถากคอเฉียดตาย

แก๊งเยาวชน 13-15 ปี ไล่ยิงคู่อริกลางหมู่บ้าน อ.หนองวัวซอ ลุง 63 ปี โดนลูกหลงถากคอเฉียดตาย ตร. รวบยกแก๊งยึดปืน สารภาพแย่งผู้หญิง ยันต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

อุดรธานี (9 สิงหาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ได้เกิดเหตุกลุ่มเยาวชนรวมตัวก่อเหตุสะเทือนขวัญใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันบนถนนสายหลักกลางหมู่บ้าน บ้านหนองวัวซอ ตำบลหนองวัวซอ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ส่งผลให้ นายทองดา หรือ “ลุงแอร์” อายุ 63 ปี ประชาชนในพื้นที่ที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่บริเวณหน้าบ้านพักของตนเอง ถูกลูกหลงกระสุนหรือเศษวัสดุจากกระสุนปืนถากเข้าบริเวณลำคอและไหปลาร้าได้รับบาดเจ็บ ญาติและน้องสาวผู้เห็นเหตุการณ์ต้องรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลหนองวัวซออย่างเร่งด่วน โชคดีที่บาดแผลไม่ลึกถึงจุดสำคัญ แพทย์ทำการปฐมพยาบาลจนอาการปลอดภัยและอนุญาตให้กลับมาพักฟื้นต่อที่บ้านพัก

 

หลังเกิดเหตุ นายอิทธิพล สุยะลา นายอำเภอหนองวัวซอ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองวัวซอ และฝ่ายปกครอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน พร้อมกระจายกำลังออกติดตามเบาะแสจนสามารถควบคุมตัวกลุ่มเยาวชนผู้ก่อเหตุได้ยกแก๊งรวมประมาณ 10 คน พร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอก ตรวจสอบพบทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 13-15 ปี จากหมู่บ้านน้ำพ่น ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นกลุ่มผู้ก่อเหตุเปิดปากรับสารภาพว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามยิงกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นบ้านหนองวัวซอเนื่องจากมีข้อขัดแย้งเรื่องแย่งชิงผู้หญิงกัน จนกระทั่งกระสุนปืนพลาดเป้าไปโดนชาวบ้านที่ไม่รู้อีโนอีเน่บาดเจ็บ

 

เยาวชน 13-15 ปี ไล่ยิงแย่งสาว! ลุง 63 โดนลูกหลงถากคอเฉียดตาย

เยาวชน 13-15 ปี ไล่ยิงแย่งสาว! ลุง 63 โดนลูกหลงถากคอเฉียดตาย

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของ นายทองดา ผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยลุงแอร์เล่านาทีเฉียดตายว่า ขณะนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านกับน้องสาว จู่ๆ ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขี่ไล่ล่ากันมาด้วยความเร็ว จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ก่อนจะรู้สึกเจ็บแป๊บที่ลำคอ เมื่อจับดูก็พบมีเลือดไหลซึม น้องสาวตกใจมากจึงรีบพาส่งโรงพยาบาล แม้แผลจะไม่ลึกแต่แรงกระแทกทำให้ปวดศีรษะอย่างหนัก โดยในช่วงเช้าวันนี้ พ่อแม่และผู้ปกครองของกลุ่มเยาวชนได้พาลูกหลานเข้าพบ นายทองดา และ นางเสริม เพื่อกล่าวคำขอขมา ทำพิธีผูกแขนทำขวัญตามประเพณีท้องถิ่น ซึ่งนายทองดาปฏิเสธที่จะติดใจเอาความในส่วนตัว เนื่องจากเห็นว่าเป็นเด็กเยาวชนในพื้นที่และไม่อยากให้เสียอนาคต อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีระบุว่า แม้ผู้บาดเจ็บจะไม่เอาความ แต่เนื่องจากมีเรื่องความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และการพยายามทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องสอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม พร้อมประสานผู้ปกครองและทีมสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำเยาวชนทั้งหมด เพื่อแยกแยะพฤติการณ์ความผิดของแต่ละบุคคล และดำเนินคดีตามกรอบกฎหมายเด็กและเยาวชนอย่างเด็ดขาดต่อไป

 

เยาวชน 13-15 ปี ไล่ยิงแย่งสาว! ลุง 63 โดนลูกหลงถากคอเฉียดตาย