- 10 ส.ค. 2569
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกา กำหนดนิติบุคคลที่ไม่เป็นนิติบุคคลในเครือตามมาตรา ๒๖ พ.ศ. ๒๕๖๙ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ
ราชกิจจานุเบกษา ๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ พระราชกฤษฎีกา กำหนดนิติบุคคลที่ไม่เป็นนิติบุคคลในเครือตามมาตรา ๒๖ พ.ศ. ๒๕๖๙
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรกำหนดนิติบุคคลที่ไม่เป็นนิติบุคคลในเครือตามมาตรา ๒๖ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๗ (๗) แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกากำหนดนิติบุคคลที่ไม่เป็นนิติบุคคลในเครือตามมาตรา ๒๖ พ.ศ. ๒๕๖๙"
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้ "นิติบุคคลผู้ให้บริการบำนาญ" หมายความว่า นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นและดำเนินการทั้งการทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมดเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) ลงทุนเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นและดำเนินการทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดในประเทศหนึ่งเพื่อบริหารจัดการหรือให้ผลประโยชน์สำหรับการเกษียณอายุหรือผลประโยชน์เสริมอื่น ที่เกี่ยวเนื่องกันแก่บุคคลธรรมดา โดยที่
(ก) ได้อยู่ในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรของรัฐ หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือ
(ข) ผลประโยชน์เหล่านั้นได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายของประเทศนั้น และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทรัพย์สินที่ถูกถือครองโดยบุคคลภายใต้ข้อตกลงดูแลผลประโยชน์ หรือโดยผู้ก่อตั้งทรัสต์ เพื่อรับประกันการปฏิบัติตามภาระผูกพันเกี่ยวกับการให้ผลประโยชน์สำหรับการเกษียณอายุในกรณีที่ปรากฏเหตุการณ์ล้มละลายของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ หากนิติบุคคลนั้นไม่ได้อยู่ในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรของรัฐ หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
(๒) ดำเนินกิจกรรมที่เป็นการสนับสนุนต่อกิจกรรมที่ถูกกำกับดูแลตามกฎหมายของนิติบุคคลที่มีลักษณะตาม (๑) ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลเดียวกัน
มาตรา ๔ ให้นิติบุคคลซึ่งมีนิติบุคคลที่มีลักษณะตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๗ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) แต่ไม่รวมถึงนิติบุคคลผู้ให้บริการบำนาญ ตั้งแต่หนึ่งนิติบุคคลขึ้นไปมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของ ไม่เป็นนิติบุคคลในเครือตามมาตรา ๒๖
มาตรา ๕ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับสำหรับการพิจารณาหน้าที่การเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นต้นไป
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๗ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) แห่งพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ กำหนดให้นิติบุคคลบางลักษณะไม่เป็นนิติบุคคลในเครือที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มตามมาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ (๗) แห่งพระราชกำหนดดังกล่าวกำหนดให้นิติบุคคลอื่นที่ไม่เป็นนิติบุคคลในเครือตามมาตรา ๒๖ ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
