ไอซ์ รักชนก ซัดตรง 7 ข้อถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดี ฉลอง เรี่ยวแรง

"ไอซ์"รักชนก ศรีนอก โพสต์สะเทือนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีการจับกุมนายฉลอง เรี่ยวแรง จี้ควรออกมาชี้แจงมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ก่อเหตุสังหาร

"ไอซ์"รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต และคนขับรถได้รับบาดเจ็บ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 ส.ค.69 ก่อนจะมีภาพที่ นายฉลอง เรี่ยวแรง นั่งสูบบุหรี่ภายในโรงพัก สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ พร้อมข้อสงสัยในเรื่องมาตรฐานการต่างๆที่ปฏิบัติต่อผู้ก่อเหตุสังหาร

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของนายกรัฐมนตรี ควรจะออกมาชี้แจงมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ก่อเหตุสังหาร

ไอซ์ รักชนก ซัดตรง 7 ข้อถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดี ฉลอง เรี่ยวแรง

1) เหตุการณ์ที่ ‘นายฉลอง เรี่ยวแรง' อดีต สส.นนทบุรี บุกยิง นายกอบจ.นนทบุรี ศึกเป็นเหตุอุกอาจร้ายแรง วันนี้เรื่องสำคัญที่ประชาชนต้องสนใจไม่ใช่เค้าโทรหาใครหลังก่อเหตุ แต่เป็นวิธีที่ตำรวจปฏิบัติกับผู้ก่อเหตุสังหารบุคคล

2) จากคลิปการเข้าจับกุมจะเห็นได้ว่า ตำรวจไม่ได้เข้าจู่โจมนายฉลองแต่อย่างใด ไม่มีการให้นอนคว่ำหน้าเอามือไพล่หลัง ไม่มีการใส่กุญแจมือ

ไม่แม้แต่การใช้เครื่องพันธะนาการ มือของนายฉลองยันทำอะไรได้อิสระ จากคลิปขณะเข้าจับกุมนายฉลองยังคงยืนคุยโทรศัพท์ และตำรวจยังปล่อยให้นายฉลองค่อยๆควักสิ่งของจากกางเกงออกมา ดูในคลิปเข้าใจว่าสิ่งนั้นคือแม๊กที่ใส่ลูกปืน ไว้

ไอซ์ รักชนก ซัดตรง 7 ข้อถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดี ฉลอง เรี่ยวแรง

แล้วถ้าในกางเกงเกิดเป็นปืนอีกกระบอกจะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าหากนายฉลองมีปืนจริงๆแล้วก่อเหตุซ้ำกับคนในบริเวณนั้นจะเกิดอะไรขึ้น? ทำไมตำรวจถึงหละหลวมเช่นนี้?

3)ได้มีโอกาสคุยกับ สารวัตโอต ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล - Thirawat Panyatammakul เหตุร้ายแรงเช่นนี้อย่างน้อยที่สุดตำรวจต้องมีเครื่องพันธะนาการมือและต้องทำการตรวจค้นร่างกายว่ายังมีอาวุธอื่นๆอีกหรือไม่ แต่ตามที่เห็นในคลิปข่าวก็ไม่ได้ทำเช่นนั้นแต่อย่างใด กลับเป็นผู้ต้องหาที่ยืนคุยโทรสบายๆและหยิบของที่ติดตัวออกมาให้ตำรวจด้วยตัวเอง ขณะที่อาวุญที่ใช้ก่อเหตุยังอยู่ใกล้ๆ

4) ทุกท่านคงนึกภาพตามดิฉันได้ กรณีอื่นๆถ้าเกิดเหตุแบบเดียวกัน ยังมีอาวุธอยู่ใกล้มือ เผลอๆโดนตำรวจวิสามัญไปแล้ว แต่ในกรณีนี้ ตำรวจไม่ได้กระทำการควบคุมตัวนายฉลองให้เหมาะสมแต่อย่างใด กิริยาท่าทางดูเป็นท่าทีสบายๆ เหมือนกลุ่มเพื่อนที่อู้งานออกมาแวะดูดบุหรี่ข้างตึก มาตรฐานการจัดการสถานการณ์ร้ายแรงทำเช่นนี้จริงๆหรือ? นี่คือโปรโตคอลการควบคุมสถานการณ์ปกติหรือไม่?

5) การจัดการกับเหตุเฉพาะหน้าว่าแย่แล้ว แต่ที่แย่ไปกว่านั้นเหตุใดนายฉลองถึงได้รับอภิสิทธิ์ในการดูดบุหรี่ในสถานที่ราชการ ยังอยู่ในอิริยาบทสบายๆและดูดบุหรี่ในสถานที่ที่ตำรวจเอาไปควบคุมตัว มาตรฐานการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ที่ไหน? ในเคสอื่นๆตำรวจให้ทำเช่นนี้ได้หรือไม่?

ไอซ์ รักชนก ซัดตรง 7 ข้อถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดี ฉลอง เรี่ยวแรง

6) หากเทียบในกรณีอื่นๆที่ร้ายแรงแต่น้อยกว่าเคสนี้ เช่น มีการทำร้ายร่างกาย มีอาวุธมีด/ปืน มีคนเมายา หรือแม้กระทั่งการชุมชุน จะเห็นว่าหลายเคสตำรวจเข้าจู่โจมรุนแรง บางเคสต้องมีการใส่กุญแจมือ บางเคสแม้ผุ้ต้องหาสงบแล้วแต่ตำรวจยังมีเครื่องพันธะนาการ บางเคสตำรวจถึงขั้นทำร้ายร่างกายให้ได้รับความบาดเจ็บ 

7) การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การไม่ทำตามโปรโตคอลที่เหมาสมเช่นนี้  จากที่สังคมไม่ไว้วางใจอยู่แล้วเพราะผู้ก่อเหตุก็เป็นบุคคลที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินณขณะนี้ มันทำให้สังคมยิ่งตั้งคำถามหนักเข้าไปอีกว่า คดีนี้ตำรวจจะดำเนินการในมาตรฐานใด? เพราะตั้งแต่จุดเริ่มต้น ดูเหมือนผู้ก่อเหตุจะได้อภิสิทธิ์เหนือคดีที่ผ่านๆมาในอดีตมากทีเดียว ต่อหน้ายังขนาดนี้ลับหลังจะขนาดไหน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรแถลงเพื่อชี้แจงมาตรฐานในการเข้าควบคุมเหตุ เพราะสิ่งที่ตำรวจปฏิบัติกับผู้ก่อเหตุ เมื่อเทียบกับความร้ายแรงของเหตุแล้ว ทำให้ประชาชนตั้งคำถามมากทีเดียว
 

ไอซ์ รักชนก ซัดตรง 7 ข้อถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดี ฉลอง เรี่ยวแรง

ด้าน สารวัตโอ๊ต ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ก็ได้ออกมาโพสต์ในคดีนี้เช่นกันว่า  

กรณีการนำตัวผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมยิงนายก อบจ.นนทบุรี มาแถลงข่าว ทั้งที่เพิ่งก่อเหตุและถูกจับกุมได้ไม่นาน

 

ผมคิดว่าเรื่องนี้ ผบช.ภ.1 ต้องทบทวนตัวเองอย่างจริงจัง ว่าการปฏิบัติดังกล่าวเหมาะสม และเป็นไปตามระเบียบหรือคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่

ไอซ์ รักชนก ซัดตรง 7 ข้อถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดี ฉลอง เรี่ยวแรง

เพราะภาพที่ประชาชนเห็น คือผู้ต้องหาถูกเปิดเผยใบหน้า นั่งสูบบุหรี่ และแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชน

คนที่มีหน้าที่รักษามาตรฐานของตำรวจ ไม่ควรเป็นคนที่ทำให้เกิดคำถามต่อมาตรฐานนั้นเสียเอง

ไอซ์ รักชนก ซัดตรง 7 ข้อถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดี ฉลอง เรี่ยวแรง

เพราะสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาทำในวันนี้ อาจกลายเป็น มาตรฐานที่ตำรวจใช้ปฏิบัติในวันข้างหน้า

หากตรวจสอบแล้วพบว่าขัดต่อระเบียบหรือคำสั่ง ผบ.ตร. ก็ควรดำเนินการตามโทษานุโทษอย่างตรงไปตรงมา

และฝากถึง ผบ.ตร. ท่านใหม่ ขอให้ช่วยเซ็ตมาตรฐานใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานตำรวจทั้งองค์กร

เพราะสุดท้ายแล้ว มาตรฐานของตำรวจ คือความเชื่อมั่นของประชาชน