- 13 ส.ค. 2569
คลองบุญเลิศปราจีนฯ วิกฤต! น้ำดำสนิท-ส่งกลิ่นเหม็น ปลาลอยตายเกลื่อน สั่งห้ามชาวบ้านใช้น้ำเด็ดขาด กระทบคนเลี้ยงวัว วอนรัฐเร่งตรวจหาสารพิษด่วน
ปราจีนบุรี (12 สิงหาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดปราจีนบุรีว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านบ้านคลองบุญเลิศ หมู่ที่ 16 ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ถึงความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาน้ำในคลองธรรมชาติเน่าเสีย โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพน้ำในคลองบุญเลิศร่วมกับ นายอุดม ทองแสนคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 16 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง (ส.อบต.) และกำนัน พบว่าน้ำในคลองตลอดทั้งสายมีสภาพเป็นสีดำสนิท มีฟองลอยกระจายอยู่เต็มผิวน้ำ และส่งกลิ่นเหม็นฉุนเตะจมูกอย่างรุนแรง นอกจากนี้ บริเวณริมตลิ่งยังเริ่มพบซากสัตว์น้ำ อาทิ ปลาขาว และปลากด ลอยตายอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมากว่าอาจมีสารเคมีหรือวัตถุอันตรายรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จึงได้ประสานหน่วยงานท้องถิ่นและภาครัฐให้เร่งเข้าตรวจสอบเป็นการด่วน
นายอุดม ทองแสนคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 16 เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ว่า สภาพน้ำฝนที่ไหลลงสู่คลองบุญเลิศเปลี่ยนเป็นสีดำ ส่งกลิ่นเหม็น และพบปลาตาย 3-4 ตัว เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเกิดจากสารเคมีปนเปื้อนหรือของเสียจากแหล่งใด เนื่องจากต้นน้ำของคลองบุญเลิศมีจุดเริ่มต้นไหลมาจากพื้นที่ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว อย่างไรก็ตาม ทางผู้นำชุมชนได้ทำการประกาศแจ้งเตือนผ่านหอข่าว ให้ชาวบ้านงดใช้น้ำในคลองเป็นการชั่วคราว ทั้งการนำไปอุปโภค บริโภค และรดน้ำพืชผลทางการเกษตร เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากในพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง ชาวบ้านมีความกังวลเรื่องสารพิษตกค้างเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าจัดเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริง ทางด้าน นางสาวศรินญา ทรงสวัสดิ์ ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยด้วยความเดือดร้อนว่า ตนเองเลี้ยงวัวไว้ถึง 28 ตัว ปกติจะอาศัยน้ำจากคลองแห่งนี้ให้ฝูงวัวดื่มกิน แต่เมื่อเห็นสภาพน้ำดำสนิทและส่งกลิ่นเหม็นก็ไม่กล้าให้วัวกินน้ำในคลองอีกต่อไป ต้องแบกรับภาระตักน้ำใส่ภาชนะ ขนจากที่บ้านมาให้ฝูงวัวดื่มกินแทน ซึ่งสร้างความลำบากและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก จึงอยากวอนขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและหาต้นตอของการปนเปื้อนครั้งนี้โดยเร็วที่สุด
