- 14 ส.ค. 2569
นครพนมน้ำโขงหนุนเอ่อท่วมนาข้าว 2 หมื่นไร่ จุดกลับรถจม 5 แห่ง มท.ช่วย "เจเศรษฐ์" ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ 7 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ผู้ว่าฯ ตั้งวอร์รูม 24 ชม.
นครพนม (14 สิงหาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครพนมยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงล่าสุดวัดได้ที่ระดับ 11.89 เมตร แม้ว่าจะลดลงจากเมื่อวานนี้ (12.01 เมตร) ประมาณ 12 เซนติเมตร แต่เนื่องจากมวลน้ำสะสมยังมีปริมาณมาก จึงส่งผลให้เกิดภาวะน้ำโขงหนุนสูง ขัดขวางการระบายน้ำของลำน้ำสาขาสำคัญ ได้แก่ ลำน้ำสงคราม และ ลำน้ำอูน มวลน้ำจึงไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและนาข้าวของเกษตรกรได้รับความเสียหายไปแล้วมากกว่า 20,000 ไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอศรีสงครามและอำเภอนาหว้าซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด นอกจากนี้ พื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอบ้านแพงและอำเภอศรีสงคราม ยังมีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมขังได้รับความเดือดร้อนรวมเกือบ 100 หลังคาเรือน
สำหรับจุดวิกฤตอีกแห่งคือที่ ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน ซึ่งเป็นจุดบรรจบกันระหว่างลำน้ำสงครามและแม่น้ำโขง ปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่งผลให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมต้อนสัตว์เลี้ยง ทั้งโค กระบือ และสุกร ขึ้นไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเป็นการชั่วคราว ขณะเดียวกัน กระแสน้ำยังได้ทะลักเข้าท่วมบริเวณใต้สะพานข้ามห้วยซึ่งใช้เป็นจุดกลับรถรวม 5 แห่ง จนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ส่งผลให้ชาวบ้านและผู้ใช้รถใช้ถนนต้องขับอ้อมไกลขึ้นอีกประมาณ 5–6 กิโลเมตร ความยากลำบากในการเดินทางดังกล่าว ยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านค้าและร้านอาหารริมน้ำ เช่น สวนอาหารปากน้ำไชยบุรี ที่ยอดขายและจำนวนลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากเส้นทางเข้า-ออกถูกน้ำท่วมขัง
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ ประเมินความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ตลอดจนเตรียมแผนรับมือภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครอบคลุม 7 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้แก่ เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยง วางมาตรการรับมือ และจัดเตรียมกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที
ทางด้าน ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายอำเภอทั้ง 12 อำเภอ จัดตั้งศูนย์วอร์รูมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานกำลังทหารและฝ่ายปกครองเร่งเข้าช่วยเหลือชาวบ้านในการขนย้ายสิ่งของ ด้าน นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำโขงเต็มกำลัง เพื่อเร่งระบายน้ำฝนและน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลออกสู่แม่น้ำโขง พร้อมเตรียมกระสอบทรายเสริมแนวป้องกันในเขตเศรษฐกิจสำคัญริมแม่น้ำ อย่างไรก็ตาม แม้ระดับน้ำโขงจะเริ่มทรงตัวและลดลงเล็กน้อย แต่ปริมาณฝนล่าสุดพบว่า อำเภอธาตุพนม มีฝนตกหนักที่สุดวัดได้ 60.0 มิลลิเมตร และอำเภอเรณูนคร วัดได้ 35.0 มิลลิเมตร ทางจังหวัดจึงยังคงประกาศเตือนประชาชนห้ามประมาท เนื่องจากลำน้ำสาขายังระบายได้ช้า หากมีฝนตกซ้ำลงมาอีกอาจทำให้ระดับน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เพิ่มเติมได้ทันที
