- 14 ส.ค. 2569
ทัพเรือภาคที่ 1 สนธิกำลังหลายหน่วยสกัดเรือประมงดัดแปลงต้องสงสัยกลางทะเล พบดัดแปลงช่องระวาง 7 ช่องเป็นถังเหล็กเก็บน้ำมัน ซุกดีเซลราว 60,000 ลิตร
14 ส.ค.69 กองทัพเรือ โดย พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 บูรณาการร่วมกับ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) เรือตรวจการณ์ ต.115 กรมสรรพสามิตร สำนักเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ตำรวจน้ำ และสภ.สัตหีบ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม เรือประมงดัดแปลงบรรทุกน้ำมัน ตัวเรือสีน้ำเงินพร้อมลูกเรือชาวไทย 4 คน ของกลางน้ำมันดีเซลราว 60,000 ลิตร ณ บริเวณท่าเทียบเรือกลางอ่าว กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
สืบเนื่อง เมื่อช่วงเวลา 09.50 น.วันที่ 12 ส.ค.69 กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับรายงานจากปฏิบัติการข่าวว่า พบเรือต้องสงสัยลักลอบขนถ่ายน้ำมันหลบเลี่ยงภาษีภายในทะเล พิกัด แลต 13.01 N ลอง 100.16 E จึงสั่งการให้ เรือเอก วรยศ ทรงไทย ผู้บังคับการเรือตรวจการณ์ ต.115 ทำการออกลาดตระเวนตามพิกัด พบเรือต้องสงสัยลําดังกล่าว (ตามเรือของกลาง) กำลังจอดลอยลำบริเวณหน้าอ่าว อ.บ้านแหลม จว.เพชรบุรี
จากการตรวจสอบพบว่า เรือลําดังกล่าว ติดธงชาติไทย โดยบริเวณระวางตัวเรือ จำนวน 7 ช่อง ซึ่งเดิมใช้เป็นพื้นที่เก็บสิ่งของ และใช้แช่สัตว์ทะเล ได้ถูกดัดแปลงเป็นถังเหล็กบรรจุน้ำมัน พร้อมติดตั้งระบบท่อส่ง เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ภายในถังได้บรรจุน้ำมันดีเซลรวมราว 60,000 ลิตร นอกจากนี้ ยังพบว่า บริเวณข้างตัวเรือได้ทําตัวหนังสือขนาดใหญ่ให้เห็นอย่างเด่นชัดคําว่า “ บรรทุกสินค้าทั่วไป ” เพื่อตบตาหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม ส่วนในเก๋งเรือพบลูกเรือชาวไทย จํานวน 4 คน โดยมี นายโสภิณ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดสงขลา เป็นไต๋เรือ
เบื้องต้น จากการตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ไม่มีเอกสารใด ๆ มาแสดงที่มาของน้ำมัน ไม่พบเอกสารประจําเรือ ไม่มีใบอนุญาตใช้เรือ รวมถึงใบอนุญาตการเป็นผู้ควบคุมเรือ และลูกเรือ จึงได้ควบคุมเรือ และลูกเรือทั้งหมด เข้าเทียบยังท่าเรือกลางอ่าว กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ ในส่วนของน้ำมัน และเอกสารประจําเรือ เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมาย
ในส่วนของการดําเนินคดีพบความผิดดังนี้ 1.ความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรือตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในฐานใช้เรือผิดจากเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือ และทำการในเรือเดินทะเลโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.น้ำมันเชื้อเพลิงในระวางเรือ เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต และกรมพลาธิการทหารเรือ เก็บตัวอย่างเพื่อตรวจพิสูจน์พบว่า เป็นน้ำมันดีเซล ซึ่งมิได้เสียภาษี ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 จึงได้ส่งให้กรมสรรพสามิตดำเนินการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง
จากการสอบถาม นายโสภิณ (สงวนนามสกุล) ไต๋เรือ เผยว่า ตนเองได้ถูกว่าจ้างมาจากนายจ้างเจ้าของเรือ ให้มาทําหน้าที่นําเรือออกไปกลางทะเล เพื่อรับน้ำมันดีเซลจากเรือประมงเล็กในเครือข่าย และทําการรวบรวม ก่อนจะนํากลับเข้าฝั่ง เทียบท่าเรือในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ตามคําสั่งนายจ้าง โดยไม่ได้มีการแบ่งขายให้กับเรือในทะเล
พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่า กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมด้วย ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาคที่ 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมดำเนินการอย่างจริงจัง ในการยับยั้งเรือที่มีพฤติกรรมขนส่งน้ำมันโดยหลีกเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะห้วงเวลาที่เกิดภาวะน้ำมันราคาแพง และขาดแคลน จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจกองทัพเรือ และหน่วยงานต่างๆ ว่าได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ ตามอำนาจหน้าที่ และกฎหมายที่ให้อำนาจ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มกำลัง และดูแลความสงบเรียบร้อยในทะเลไทยตลอด 24 ชั่วโมง
