- 17 ส.ค. 2569
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) สกัดจับตัวการใหญ่ สารภาพเป็นเครือข่ายยาเสพติดสำคัญกาฬสินธุ์
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก.ทล., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง รอง ผกก.1 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.5 กก.๖ บก.ทล. โดยมี พ.ต.ท.กีรติ เหิมศรีชาติ สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล.,ร.ต.อ.พรชัย พวงใสรอง สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล.,ร.ต.ท.พิษณุพงศ์ ผิวงาม,ร.ต.ต.ธีระพงษ์ อ่อนเชียง ,ร.ต.ต.ทรงวุฒิ เพ็ญภักดีกุลรอง สว.(ป) ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล, ด.ต.ครบมิตร ศิลาพล , ด.ต.ชาญณรงค์ ปัตวงค์ ,ด.ต.ณัฐพล ปุ่นปอง ,ด.ต.จตุชัย ทองผุย ,ด.ต.วรพิสิทษฐ์ จันละบุตร ,ส.ต.อ.ปรเมศวร์ คำบาล ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุม นายพิพัฒน์ ฯ อายุ 39 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน
1. “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1(แอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชนเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวนกว่า90,000เม็ด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”กรณีมีหลักฐานตามสมควรว่าได้หรือน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี ตามหมายจับ ของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.33/2569ลง วันที่ 29 มกราคม 2569
2. “ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ”กรณีมีหลักฐานตามสมควรว่า หลบหนีไม่มาศาล ตามศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ 559/2569 ลง วันที่ 1 กรกฎาคม 2569
พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุมได้ตั้งจุดกวดขันวินัยจราจรบริเวณที่เกิดเหตุกระทั่งพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีแดงหมายเลขทะเบียน กจ9xx2 ร้อยเอ็ด มุ่งหน้าเข้าจุดตรวจด้วยความเร็วที่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว
เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบและขอตรวจสอบใบอนุญาตขับรถผู้ขับขี่ไม่แสดงใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสอบถามชื่อผู้ขับขี่ให้การว่าชื่อนายอติวิต ไม่แจ้งนามสกุล ประกอบกับมีท่าทาง พิรุธ ลุกลี้ลุกลน เจ้าหน้าที่จึงถามชื่ออีกครั้ง แต่กลับตอบไม่ตรงกับชื่อที่ให้การในครั้งแรก เจ้าหน้าที่จึงใด้ทำการตรวจสอบตัวบุคคล พบว่าผู้ขับขี่ เป็นบุคคลที่มีรูปพรรณตรงตามหมายจับ คือนายพิพัฒน์ ฯ อายุ 39 ปี เป็นผู้ขับขี่ จึงได้ตรวจสอบผ่านระบอย่างละเอียด พบว่านายพิพัฒน์ ฯ เป็นบุคคล ตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.33/2569 ลง วันที่ 29 มกราคม 2569 และ ตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ 559/2569 ลง วันที่ 1 กรกฎาคม 2569
เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุม จึงได้แสดงตัวพร้อมหมายจับและสอบถาม นายพิพัฒน์ ฯ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับทั้ง 2 นี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีทั้ง 2 นี้มาก่อน จึงได้อ่านหมายจับให้ฟังและให้ตรวจอ่านเอง ทั้งแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมทั้งสิทธิ์ให้ทราบและเข้าใจดีแล้ว จึงได้ทำบันทึกการจับกุมตามหมายจับและนำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส.สภ.ห้วยผึ้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การว่า ตนมีหน้าที่คอยดูแลสินค้า ยาเสพติด (ยาบ้า) ซึ่งเป็นของนายทุนชาวลาว โดยนายทุนได้สั่งยาเสพติดดังกล่าวเข้ามาและนำมาเก็บไว้ที่บ้านของบุคคลที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยตนมีหน้าที่คอยรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อยาเสพติด ตนจะนำยาเสพติดไปวางหรือซุกซ่อนไว้ตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้ามารับยาเสพติดต่อไป
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.กีรติ เหิมศรีชาติ สว.ทล.5 กก.6 บก.ทล.
โทร 086-585-7878
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น
********************************************
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
“มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน”
1106 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
