- 18 ส.ค. 2569
ลูกศิษย์วัดสระเกษ จ.สงขลา ร้องเรียนเหตุชายวัยประมาณ 30-35 ปี ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีจากกรณีทำลายทรัพย์สินภายในวัด ก่อนพ้นโทษกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง
18 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากลูกศิษย์วัดสระเกษ ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา หลังมีการโพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวัด จึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
บริเวณภายในใต้เจดีย์พระบรมธาตุรัตนเจดีย์ศรีสงขลา พบพระพุทธรูปปางปรินิพพาน โดยมี กางเกงในสีดำถูกนำมาคลุมบริเวณพระเกศมาลา นอกจากนี้ยังพบคราบและของเหลวบริเวณข้างองค์พระ ซึ่งพระลูกวัดระบุว่าเป็นปัสสาวะของผู้ก่อเหตุ
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุได้ปีนขึ้นไปบริเวณฐานด้านหน้าพระพุทธรูป จนทำให้พานสักการะและส่วนประกอบบางอย่างได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการกระทำผิดปกติบริเวณพระแก้วมรกต ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ก่อเหตุนำสิ่งของบางอย่างไปปิดบริเวณพระพักตร์ และพบร่องรอยการพยายามงัดตู้ทำบุญ แต่โชคดีที่ตู้ดังกล่าวถูกช่างเชื่อมปิดไว้ก่อน จึงไม่มีทรัพย์สินสูญหาย
เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องสงสัยเป็นชายที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “เม” อายุประมาณ 30-35 ปี และพักอาศัยอยู่บริเวณด้านหลังวัด
พระอรรถชัย ปริญญาโณ พระลูกวัดสระเกษ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือน ชายคนดังกล่าวเคยเข้าไปนอนภายในเจดีย์ ทั้งที่ถึงเวลาปิดประตูประมาณ 17.00 น. จึงได้แจ้งให้เจ้าตัวออกไปนอนด้านนอก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่ใช่สถานที่พักอาศัย
ต่อมาชายคนดังกล่าวยังกลับเข้าไปอีก และมีพฤติกรรมทำลายทรัพย์สินภายในวัด ทั้งโต๊ะหมู่บูชา พานพุ่ม พานดอกไม้ และสิ่งของประกอบพิธีกรรมหลายรายการ รวมถึงขึ้นไปบริเวณชั้น 2 และทำให้ส่วนยอดของพระได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังมีการทำให้โกศบรรจุอัฐิพลิกคว่ำจนสิ่งของกระจัดกระจาย
พระอรรถชัยจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสงขลา เพื่อดำเนินคดี โดยระบุว่าภายหลังตำรวจแจ้งว่าหลักฐานบางส่วนไม่เพียงพอสำหรับข้อหาลักทรัพย์ จึงดำเนินการในส่วนของคดีทำให้เสียทรัพย์และข่มขู่
กระทั่งทราบว่าชายดังกล่าวพ้นจากเรือนจำแล้ว และกลับมาก่อเหตุภายในวัดอีกครั้ง โดยครั้งล่าสุดนำกางเกงในมาคลุมบริเวณพระเกศมาลาของพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ซึ่งเป็นพระประธานภายในเจดีย์ พร้อมปัสสาวะใส่องค์พระ ทำให้พระและลูกศิษย์วัดรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก
พระอรรถชัยกล่าวอีกว่า ทางเจ้าอาวาสไม่ต้องการให้เรื่องบานปลายเป็นคดีความเพิ่มเติม และเลือกที่จะให้อภัยเพื่อให้เรื่องจบลง แต่ส่วนตัวเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของพระลูกวัด เนื่องจากตนมีหน้าที่เปิด-ปิดประตูเจดีย์ และเคยพบว่าชายคนดังกล่าวมีอาวุธในช่วงเกิดเหตุเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน จึงเกรงว่าอาจเกิดอันตรายขึ้นได้
จึงอยากฝากให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบและเพิ่มการดูแลภายในวัด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ไม่มีคนพลุกพล่าน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพระและผู้ที่เข้ามาปฏิบัติศาสนกิจ
ขณะเดียวกัน ลูกศิษย์วัดยังมีคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้หลังเข้าไปเก็บของและเตรียมปิดไฟ ปิดประตูเจดีย์ โดยพบว่าภายในมีกลิ่นปัสสาวะรุนแรง จึงเดินตรวจสอบจนพบร่องรอยปัสสาวะบริเวณองค์พระ และพบกางเกงในชายถูกนำมาคลุมบริเวณพระเกศมาลา จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
