- 18 ส.ค. 2569
อ้าว อาชีพล่าสุด "ครูน้ำ" ล่าสุดยอมรับตรงๆ ไม่ได้เป็นครูอีกต่อไปแล้ว หลัง หนุ่ม อบต. หลวมตัวจ่ายค่าสินสอด 3 แสน
หลังจากที่น้องสาวเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่ง นำหลักฐานแชตและเอกสารทางการเงินเข้าขอความเป็นธรรมกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังอ้างว่าพี่ชายถูกครูสาวรายหนึ่งหลอกคบหา ก่อนเร่งรัดเรื่องแต่งงานและชักชวนให้กู้เงินรวมกว่า 300,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปเป็นค่าสินสอดและฝากไว้กับบิดาของฝ่ายหญิง แต่ภายหลังพบว่าฝ่ายหญิงยังมีทะเบียนสมรสกับชายอื่น ซึ่งเป็นทหารเรือ และเพิ่งจดทะเบียนหย่ากันเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้มาเปิดใจและเคลียร์ข้อสงสัยในรายการ “โหนกระแส”
ในรายการ “เท่” ฝ่ายชายซึ่งเป็นผู้เสียหาย เดินทางมาพร้อมกับ เอก สายไหมต้องรอด ขณะที่ “ครูน้ำ” ครูสาวซึ่งเป็นคู่กรณี เดินทางมาพร้อมคุณแม่ โดยมีการพูดคุยถึงความสัมพันธ์ตั้งแต่เริ่มต้น รวมถึงประเด็นที่ครูน้ำยังมีสามีเป็นทหารเรือในช่วงเวลาที่เริ่มคบหากับเท่
ครูน้ำยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ตนเองเคยแต่งงานกับทหารเรือจริง โดยเข้าพิธีแต่งงานเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 แต่ยืนยันว่าได้แยกกันอยู่กับสามีตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ก่อนจะมารู้จักกับเท่ในเวลาต่อมา โดยทั้งคู่เริ่มพูดคุยและสานสัมพันธ์กันตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2569
เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่ปกปิดเรื่องการแต่งงานกับเท่ตั้งแต่เริ่มพูดคุยกัน ครูน้ำยอมรับกลางรายการว่า ตนเองตั้งใจปกปิดเรื่องดังกล่าวจริง เพราะรักเท่มากและกลัวว่าหากบอกความจริงแล้ว เท่จะตัดสินใจเลิกกับตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอรับไม่ได้
ส่วนความสัมพันธ์กับสามีทหารเรือนั้น ครูน้ำระบุว่า หลังจากแยกกันอยู่ไม่มีการพูดคุยเรื่องเลิกกันอย่างชัดเจน ขณะที่เรื่องการหย่าเป็นฝ่ายสามีที่เป็นทหารเรือเป็นผู้ขอหย่า และต่อมาทั้งคู่จึงดำเนินการจดทะเบียนหย่ากันในวันที่ 4 สิงหาคม 2569
ครูน้ำยังเปิดเผยอีกว่า ในช่วงที่แต่งงานกับทหารเรือ เคยตั้งครรภ์ด้วยกันจริง แต่ได้แท้งไปแล้ว พร้อมยอมรับว่าการปกปิดสถานะการแต่งงานกับเท่นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทั้งสองเริ่มแชตพูดคุยกัน
นอกจากนี้ ครูน้ำเล่าว่า ในช่วงเช้าของวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ตนเองมีความตั้งใจจะไปดำเนินการหย่าอยู่แล้ว แต่ในช่วงบ่ายกลับเกิดปัญหาความดันจนทำให้สถานการณ์ล่าช้า ก่อนจะมีการดำเนินการหย่าในวันดังกล่าว
ขณะที่ประเด็นเรื่องเงินกว่า 300,000 บาทและทองที่ฝ่ายชายต้องการขอคืน ยังคงเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการพูดคุย โดยคุณแม่ของครูน้ำเปิดเผยถึงฐานะทางครอบครัวว่า ที่บ้านประกอบอาชีพทำฟาร์มวัว ซื้อมาขายไป และปัจจุบันมีวัวที่ดูแลอยู่ประมาณ 20 ตัว พร้อมยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้มีปัญหาทางการเงินหรืออยู่ในภาวะลำบาก
ส่วนเงินจำนวนกว่า 300,000 บาท รวมถึงทองที่ฝ่ายชายต้องการขอคืน คุณแม่ของครูน้ำมีท่าทีว่า เงินดังกล่าวเป็นส่วนของสินสอดทองหมั้น จึงไม่ควรนำไปมองเป็นเพียงเงินที่ให้กันระหว่างคนรัก พร้อมระบุด้วยว่า เงินของฝ่ายชายยังคงอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์
ประเด็นเรื่องการคืนเงินและทรัพย์สิน รวมถึงข้อกล่าวหาว่ามีการปกปิดสถานะการสมรสจนทำให้อีกฝ่ายตัดสินใจคบหาและกู้เงินมาโอนให้ ยังคงเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายต้องหาข้อยุติ ขณะที่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในประเด็นดังกล่าวยังต้องพิจารณาจากหลักฐานและคำชี้แจงของทุกฝ่ายต่อไป
อย่างไรก็ตาม ครูน้ำ เธออธิบายว่า เธอไม่ใช่ครูในระบบอัตราจ้าง แต่เคยเป็นครูพี่เลี้ยง ในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ลักษณะเป็นโรงเรียนอนุบาล ซึ่งผู้ปกครองหลายคนๆ เรียกเธอว่าเป็นครู แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว ลาออกมาแล้ว ล่าสุดเป็นพนักงานขายรถจักรยานยนต์ของบริษัทแห่งหนึ่ง
