- 19 ส.ค. 2569
โรควูบ ภาวะอันตรายจากการพักผ่อนน้อย หมอเตือนอย่าคิดว่าแค่พักก็หาย หากมี 4 สัญญาณอันตราย ไม่ควรปล่อยผ่าน ก่อนสายเกินไป
อาการวูบ หรือ ภาวะหมดสติ เป็นอาการที่พบได้ตั้งแต่ระดับไม่รุนแรงไปจนถึงภาวะที่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคสำคัญ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วยไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะอาจนำไปสู่การบาดเจ็บจากการล้ม หรือเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่ต้องได้รับการตรวจรักษา
- อาการวูบคืออะไร?
อาการวูบ หมายถึงภาวะที่บุคคลเกิดอาการหมดสติชั่วขณะ หรือในบางกรณีอาจหมดสติเป็นเวลานาน โดยกลไกสำคัญที่พบได้คือ เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอในช่วงเวลาหนึ่ง จนเกิดอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือหมดสติ
นอกจากนี้ อาการวูบอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหูชั้นใน ซึ่งมีบทบาทต่อระบบประสาทการทรงตัว ทำให้เกิดอาการวิงเวียนและเสียการทรงตัวจนล้มได้ ขณะที่อาการชักก็อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มภาวะหมดสติที่ต้องได้รับการประเมินหาสาเหตุเช่นกัน
ใครบ้างที่มีโอกาสเกิดอาการวูบ?
กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว
- ผู้ที่มีความผิดปกติของหูชั้นในหรือระบบการทรงตัว
- ผู้ที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่มีประวัติโรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาต
อย่างไรก็ตาม อาการวูบสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป และไม่ควรสรุปสาเหตุด้วยตัวเองเพียงจากอาการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
- วูบแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
แม้อาการวูบบางครั้งอาจไม่รุนแรง แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุโดยเร็ว
1. วูบจนหมดสติ หรือวูบแล้วมีอาการชัก
หากหมดสติร่วมกับอาการชัก จำเป็นต้องได้รับการประเมินเพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากความผิดปกติของสมองหรือระบบอื่นหรือไม่
2. วูบร่วมกับหน้าเบี้ยว
อาการหน้าเบี้ยวอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางระบบประสาท โดยเฉพาะภาวะหลอดเลือดสมอง จึงไม่ควรรอดูอาการเอง
3. วูบร่วมกับหัวใจเต้นผิดปกติ
หากมีอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะร่วมกับการวูบ อาจเกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือด ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ
4. ผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวเกิดอาการวูบ
กลุ่มนี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและโรคที่เป็นสาเหตุของอาการวูบมากกว่าคนทั่วไป
อันตรายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องหมดสติ
นอกจากสาเหตุของอาการวูบที่อาจเป็นปัญหาสุขภาพแล้ว สิ่งที่ต้องระวังคือ การบาดเจ็บจากการล้ม โดยเฉพาะหากหมดสติขณะยืนหรือเดิน อาจทำให้ศีรษะกระแทก เกิดบาดแผล หรือได้รับบาดเจ็บบริเวณส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ในผู้สูงอายุ การล้มจากอาการวูบอาจรุนแรงถึงขั้นกระดูกหักได้ จึงไม่ควรมองว่าอาการวูบเป็นเพียงอาการเหนื่อยหรือพักผ่อนน้อยเสมอไป
ดังนั้น หากเกิดอาการวูบซ้ำ ๆ หมดสติ หรือมีอาการผิดปกติร่วม เช่น ชัก หน้าเบี้ยว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะการหาสาเหตุที่แท้จริงได้เร็ว อาจช่วยลดความเสี่ยงจากโรคร้ายและอุบัติเหตุที่ตามมาได้
ข้อมูลจาก อ. พญ.อรพิชญา ไกรฤทธิ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
