- 21 ส.ค. 2569
สาวร้องสายไหมต้องรอด ปมผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีผิดพลาด อ้างหมอตัดโดนท่อน้ำดี ต้องรักษาตัวนานนับปี ใช้ชีวิตได้ไม่เหมือนเดิม
สาววัย 28 ปี ร้องขอความเป็นธรรมกับเพจ “สายไหมต้องรอด” หลังเข้ารับการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี แต่เกิดเหตุผิดพลาดจนท่อน้ำดีได้รับความเสียหาย ต้องเข้ารับการรักษาต่อเนื่องนานนับปี ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน ขณะที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากแพทย์เจ้าของไข้ 25,000 บาท และยื่นเรื่องขอรับการเยียวยาจากสำนักงานประกันสังคมมานานเกือบ 1 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า โดยได้รับคำตอบว่าอยู่ระหว่างรอการประชุมพิจารณา
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. น.ส.เอ อายุ 28 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับเพจ “สายไหมต้องรอด” หลังเข้ารับการผ่าตัดรักษานิ่วในถุงน้ำดีที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี ก่อนเกิดเหตุผิดพลาดระหว่างการรักษา จนท่อน้ำดีได้รับความเสียหาย และต้องรักษาตัวต่อเนื่องเป็นเวลานาน
คุณเอเล่าว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ได้เดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาลสระบุรี หลังมีอาการปวดท้อง โดยเบื้องต้นแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่วันรุ่งขึ้นอาการปวดรุนแรงขึ้น เมื่อตรวจอย่างละเอียดจึงพบว่ามีนิ่วในถุงน้ำดี และได้รับการแอดมิดเพื่อรอเข้ารับการผ่าตัด
ต่อมา วันที่ 22 กันยายน 2568 คุณเอเข้ารับการผ่าตัด โดยเข้าใจว่าจะเป็นการผ่าตัดแบบแผลขนาดเล็ก แต่หลังฟื้นจากการผ่าตัดกลับพบว่าตนเองถูกส่งตัวเข้าพักรักษาในห้อง ICU ตลอดคืน และมีแผลผ่าตัดยาวบริเวณหน้าท้อง ตั้งแต่เหนือสะดือลงมาถึงใต้สะดือ
ในขณะนั้น แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดแจ้งเพียงว่าเป็นเคสที่ยาก และขอให้ใจเย็น ๆ โดยไม่ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัด
หลังนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 9 คืน คุณเอจึงเดินทางกลับบ้านพร้อมสายระบายบริเวณช่องท้อง ก่อนจะมาทราบภายหลังระหว่างการติดตามการรักษาว่า ระหว่างการผ่าตัดมีการตัดโดนท่อน้ำดีจนเกิดการรั่ว และแพทย์ได้ทำการซ่อมแซมแก้ไข
จากเหตุการณ์ดังกล่าว คุณเอต้องถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชธานีอยุธยา เพื่อใส่และส่องกล้องเปลี่ยนท่อระบายน้ำดีเป็นระยะ โดยเริ่มจากท่อยาง ก่อนเปลี่ยนเป็นท่อโลหะ ทำให้ต้องเผชิญกับอาการเจ็บปวด ไม่สามารถก้มตัวหรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ผลกระทบดังกล่าวทำให้คุณเอต้องลาออกจากงานเดิม แม้จะเริ่มงานใหม่ในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งเป็นงานที่ไม่ต้องใช้แรงมาก แต่ในที่สุดเมื่อเข้าสู่เดือนสิงหาคม 2569 ก็ต้องออกจากงานอีกครั้ง เนื่องจากกระทบกับการนัดรักษา รวมถึงมีความกังวลเกี่ยวกับอาการปวดท้อง
สำหรับการเยียวยา คุณเอระบุว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ได้สอบถามแพทย์เจ้าของไข้เกี่ยวกับการช่วยเหลือ โดยแพทย์ได้มอบเงินจำนวน 25,000 บาท พร้อมให้ลงนามในเอกสารว่าจะไม่ดำเนินคดีหรือฟ้องร้อง โดยอ้างว่าในกรณีอื่นที่ผ่านมา มีการเยียวยาเพียง 20,000 บาท
ขณะนั้นคุณเอตัดสินใจลงนาม เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะต้องเข้ารับการรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานาน และยังไม่ทราบว่าจะส่งผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวมากเพียงใด
นอกจากนี้ คุณเอยังได้ยื่นเรื่องขอรับการเยียวยาต่อสำนักงานประกันสังคมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมาเกือบ 1 ปีแล้ว เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า โดยได้รับคำตอบเพียงว่าอยู่ระหว่างรอการประชุมพิจารณา
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ “สายไหมต้องรอด” กล่าวว่า เข้าใจดีว่าไม่มีแพทย์หรือพยาบาลคนใดต้องการให้เกิดความผิดพลาด แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว ผู้ได้รับผลกระทบควรได้รับการเยียวยาที่เหมาะสมและเพียงพอ เนื่องจากผู้เสียหายต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมาน เสียโอกาสในการทำงานและใช้ชีวิตมาเป็นเวลานานเกือบ 1 ปี
นายเอกภพยังตั้งคำถามถึงความล่าช้าของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสระบุรีในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว พร้อมระบุว่า เงินช่วยเหลือที่ผู้เสียหายได้รับก่อนหน้านี้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษา
ทั้งนี้ เพจ “สายไหมต้องรอด” เตรียมเร่งประสานไปยังสำนักงานประกันสังคม เพื่อขอให้เร่งรัดการพิจารณาและจ่ายเงินตามสิทธิของผู้ประกันตน รวมถึงประสานกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางช่วยเหลือผู้เสียหายต่อไป
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับความผิดพลาดในการรักษาและรายละเอียดความเสียหายดังกล่าวเป็นข้อกล่าวอ้างจากผู้ร้องเรียน ซึ่งยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากโรงพยาบาล แพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
