สำคัญมาก "ปวดหัว" แบบไหน ต้องระวัง "โรคหัวใจ" หมอสมองเฉลยเอง

"อาจารย์หมอสุรัตน์" โพสต์เตือน! ปวดหัวตุ๊บๆ เวลาออกกำลัง อาจไม่ใช่ไมเกรน แต่เป็นสัญญาณเตือนจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ!

"ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช" ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ ระบุว่า

มีไม่กี่คนที่รู้ว่าเป็น โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ มาด้วยอาการปวดหัวได้โดยไม่มีอาการเจ็บอกสักนิดเดียว

หมอโรคปวดหัวเราเรียกว่า “Cardiac Cephalalgia" หรือ ปวดศีรษะจากโรคหัวใจ

ผมเจอคนไข้มาประมาณ 3 เคสแล้ว

มีอาการปวดศรีษะเป็น ๆ หายๆ

หาสาเหตุไม่เจอ

ปวดตุ๊บตุ๊บ เวลาออกกำลังกายเหมือนจะปวดมากขึ้น ไม่มีอาการอื่นเลย

หลังจากที่ อจ. ซักประวัติอย่างละเอียด

จึงส่งไปพบหมอโรคหัวใจ วิ่งสายพาน พอหัวใจทำงานมากขึ้น ก็ปวดหัว ทำการสวนหัวใจ Cardiac cath พบเส้นเลือดตีบ ดีที่แก้ไขทันเวลา

คนไข้ก็มาชมนะครับถ้าไม่ได้หมอคงตายไปแล้ว ผมคิดว่าเลยมาเล่าสู่กันฟังให้กับคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์

คือ เมื่อผู้ป่วยบอกว่า “ปวดศีรษะ” สิ่งที่เรามักนึกถึงคือไมเกรน ความเครียด ความดันโลหิต หรือโรคทางระบบประสาท แต่ Cardiac caphalalgua ความปวดไม่ได้อยู่ที่หัวสมอง แต่อยู่ทึ่หัวใจครับ มันกำลังขาดเลือด

แปลกไหม

แปลกสิ

หมอหัวใจยังไม่ทราบภาวะนี้เลย

หมอโรคปวดหัวจะทราบภาวะนี้

หัวใจขาดเลือด แต่ทำไมจึงปวดศีรษะ?

Cardiac cephalalgia ถูกอธิบายว่าเป็นอาการปวดศีรษะคล้ายไมเกรนที่เกิดขึ้นระหว่างภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (myocardial ischaemia) มักสัมพันธ์กับการออกแรง แม้บางรายจะเกิดขณะพักได้ และอาการอาจดีขึ้นหลังได้รับ nitroglycerin (ICHd-3⁠)

กลไกที่แท้จริงยังไม่เป็นที่เข้าใจชัดเจน แต่ก็มีสมมติฐานหลายประการ

ตั้งแต่กลไก referred pain ร้าวเส้นประสาท ซึ่งสัญญาณความเจ็บปวดจากหัวใจอาจเดินทางผ่านระบบประสาทและถูกสมองตีความเป็นความเจ็บปวดบริเวณศีรษะ

ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงทางไหลเวียน hemodynamics และสารสื่อประสาทหรือสารที่หลั่งระหว่างหัวใจขาดเลือด myocardial ischemia ซึ่งอาจมีผลต่อหลอดเลือดและเส้นทางการรับรู้ความปวด

น่าสนใจนะครับ ตำแหน่งที่เรารู้สึกเจ็บ ไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งที่โรคกำลังเกิดขึ้นเสมอไป

สงสัยแล้วใช่ไหม อาการปวดแบบไหนที่ควรทำให้นึกถึงหัวใจ? อย่าเพิ่งแพนิกนะ

ข้อควรรู้

1. ไม่มีรูปแบบของอาการปวดศีรษะเพียงแบบเดียวที่สามารถใช้วินิจฉัย cardiac cephalalgia ได้

ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดตุบ ปวดบีบ หรือปวดรุนแรง และตำแหน่งของความปวดก็แตกต่างกันได้

มี งานทบทวนวรรณกรรมที่รวบรวมผู้ป่วย 88 รายพบว่า ตำแหน่งบริเวณท้ายทอยและลักษณะปวดตุบเป็นรูปแบบที่รายงานบ่อย แต่ภาพรวมของอาการยังหลากหลาย

แต่สิ่งที่สำคัญ นี่ครับ

2. ลักษณะของความปวดคือ บริบทที่อาการเกิดขึ้น คือ

ผู้ป่วยที่ไม่เคยมีประวัติปวดศีรษะลักษณะนี้มาก่อน แต่เริ่มปวดเมื่อเดินเร็ว ขึ้นบันได ปั่นจักรยาน หรือออกแรง และอาการดีขึ้นเมื่อหยุดพัก

รูปแบบดังกล่าวควรทำให้คิดกว้างกว่าเพียง exertional headache (ปวดหัวจากออกกำลัง) หรือ migraine โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น อายุที่มากขึ้น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือการสูบบุหรี่ งานทบทวนหนึ่งพบว่าปัจจัยเสี่ยงทาง cardiovascular พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีรายงาน cardiac cephalalgia

3. อาการปวดศีรษะอาจเกิดร่วมกับคลื่นไส้ เหงื่อออกผิดปกติ หน้ามืด หายใจไม่สะดวก หรืออาการไม่สบายบริเวณหน้าอก

แต่ การไม่มีอาการเจ็บหน้าอกไม่ได้ตัดภาวะนี้ออก รายงานผู้ป่วยและการทบทวนวรรณกรรมพบว่า cardiac cephalalgia สามารถเกิดโดยไม่มีเจ็บอกเลย

4. ระวัง “ไมเกรน” อาจไม่ใช่ไมเกรน

ความกังวลคือมันสามารถมีหน้าตาคล้าย migraine ได้ ทั้งอาการปวดรุนแรง คลื่นไส้ และการถูกกระตุ้นด้วยการออกแรง

ต้อง สงสัย และสังเกต ดีๆ โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยง และรู้สึกว่าปวดและเหงื่อออกใจสั่นผิดปกติ

มี check list มาให้

Red Flags: เมื่อไรอาการปวดศีรษะควรทำให้นึกถึง Cardiac Cephalalgia?

1. ปวดศีรษะแบบใหม่ โดยเฉพาะในวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ

2. ปวดสัมพันธ์กับการออกแรง เช่น เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือขึ้นบันได

3. อาการลดลงเมื่อหยุดพัก

4. มีคลื่นไส้ เหงื่อออกมาก หน้ามืด หายใจลำบาก หรือไม่สบายบริเวณหน้าอกร่วมด้วย

5. มีปัจจัยเสี่ยงของ coronary artery disease หลายข้อ

ผศ นพ สุรัตน์ ตันประเวช