- 25 ส.ค. 2569
หนุ่มป่วยจิตเวชสุรินทร์ขาดยา 3 เดือน เกิดอาการใช้จอบทำร้ายสุนัขขาหัก เดินขู่ชาวบ้าน ตร.ผนึกกู้ภัยนำไม้ง่ามปิดล้อมจับตัวส่ง รพ.รักษา
สุรินทร์ (24 สิงหาคม 2569) - ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินจากชาวบ้าน เมื่อเวลา 19.48 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ว่าเกิดเหตุชายมีอาการคลุ้มคลั่ง เอะอะโวยวาย ถืออาวุธจอบและมีดเดินไปมาระหว่างบริเวณบ้านระหาร และบ้านแกใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ หลังรับแจ้งจึงได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ จำนวน 6 นาย พร้อมอุปกรณ์ยุทธวิธีไม้ง่าม โล่กำบัง และปืนไฟฟ้า บูรณาการร่วมกับอาสาสมัครกู้ภัยสุรินทร์ เร่งรุดเดินทางเข้าตรวจสอบและระงับเหตุอย่างเร่งด่วน
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร พบชาวบ้านในพื้นที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจและหวาดกลัว จากการสืบสวนทราบว่าชายคลุ้มคลั่งดังกล่าวได้เดินเข้าบ้านเลขที่ 116 บ้านแกใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านพักของพี่สาว และเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในห้องนอน เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาสาสมัครกู้ภัยจึงได้กระจายกำลังปิดล้อมรอบบ้านและส่งเสียงเรียกให้ชายคนดังกล่าวออกมาเจรจา กระทั่งชายคนดังกล่าวเริ่มมีท่าทีสงบลงและยินยอมเดินเปิดประตูออกมาจากห้องนอน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสั่งให้นั่งลงพร้อมเข้าทำการตรวจค้นและสอบถามถึงอาวุธจอบและมีด ซึ่งผู้ป่วยอ้างว่าไม่มีอาวุธแล้ว พร้อมให้การว่าตนเองเคยได้รับยารักษาอาการทางประสาท แต่ตัดสินใจหยุดรับประทานยาเองมาประมาณ 3 เดือนแล้วเนื่องจากเห็นว่าอาการดีขึ้น ยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีอาการบ้าแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยจึงเข้าควบคุมตัวไว้ได้อย่างปลอดภัยก่อนประสานนำส่งโรงพยาบาลสุรินทร์เพื่อรับการรักษาตามขั้นตอน
จากการสอบถาม นางราตรี เพื่อนบ้านในพื้นที่ เล่าถึงพฤติกรรมสุดระทึกว่า ชายคลั่งรายนี้คือ นายเล็ก อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่มาอาศัยอยู่บ้านพี่สาวได้ประมาณ 1 เดือน มีประวัติติดสุราเรื้อรัง และมักจะส่งเสียงเอะอะโวยวายรายวัน กระทั่งวันนี้มีสุนัขตัวหนึ่งวิ่งออกมาเพื่อรอรับเจ้าของ แต่นายเล็กซึ่งนั่งอยู่หน้าบ้านกลับหยิบจอบขึ้นมาตีสุนัขตัวดังกล่าวจนขาหัก จากนั้นยังหันมาหมายจะใช้จอบทำร้ายเจ้าของสุนัข แต่เจ้าของสุนัขหลบหลีกวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปได้ แต่นายเล็กไม่ยอมหยุด ถือทั้งจอบและมีดเดินเอะอะโวยวายตามทางไปติดๆ ทำให้ตนเองต้องรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาช่วยควบคุมตัวไปรักษา เพราะเกรงว่าชาวบ้านบริเวรนั้นจะไม่ปลอดภัย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยสุรินทร์ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาทางจิตเวชต่อไป
