- 25 ส.ค. 2569
ชายพิการร้อง "ดร.ธนกฤต" ถูกสวมสิทธิ์บัตรคนจน ช็อกโผล่มีเมีย-ลูก 4 คน ทั้งที่โสดมาตลอดชีวิต คาดถูกนำเลขบัตรไปทำธุรกรรม
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ครอบครัวตรีเจริญ นำโดย นางกัญญา ตรีเจริญ อายุ 81 ปี พร้อมด้วย นายนิพนธ์ ตรีเจริญ อายุ 61 ปี ลูกชาย ซึ่งพิการตาบอด 1 ข้างและป่วยเส้นเลือดในสมองแตกจนเป็นอัมพฤกษ์ รวมถึงนางกุลนันท์ ตรีเจริญ น้องสะใภ้ เดินทางเข้าพบ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เพื่อขอความเป็นธรรม หลังพบความผิดปกติในข้อมูลทะเบียนราษฎรและการถูกสวมสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ
ญาติของนายนิพนธ์ เปิดเผยว่า นายนิพนธ์เป็นผู้พิการ ไม่มีรายได้อื่นนอกจากเบี้ยผู้พิการ และใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอยู่กับแม่วัย 81 ปี ต่อมาน้องชายและน้องสะใภ้พาไปลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลับแจ้งว่า มีบุคคลอื่นมาลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในชื่อของนายนิพนธ์ไปแล้ว
เมื่อครอบครัวประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบข้อมูลกับอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม กลับพบข้อมูลที่สร้างความตกใจว่า นายนิพนธ์มีประวัติจดทะเบียนสมรสและมีบุตรถึง 4 คน ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยมีภรรยาหรือบุตร และครองตัวเป็นโสดมาตลอดชีวิต
นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติในข้อมูลทะเบียนราษฎร โดยปรากฏชื่อของนางกัญญา ผู้เป็นแม่ และมีบุคคลหลายรายถูกระบุว่าเป็นบุตร โดยใช้ชื่อ นามสกุล และเลขบัตรประชาชน 13 หลักเดียวกับนายนิพนธ์
ครอบครัวยังระบุว่า เมื่อมีการพูดคุยกับหญิงที่ปรากฏชื่อเป็นภรรยา อีกฝ่ายกลับเรียกร้องให้นายนิพนธ์ไปเซ็นใบหย่า ขณะที่ครอบครัวยืนยันว่าไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ เนื่องจากนายนิพนธ์ไม่เคยเป็นผู้จดทะเบียนสมรสตั้งแต่แรก
ด้าน นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ กล่าวว่า ทีมงานได้รับเรื่องร้องเรียนจากชายพิการที่อ้างว่าถูกสวมสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งที่ไม่เคยจดทะเบียนสมรสกับใคร แต่กลับมีชื่อเป็นสามีของหญิงที่ไม่รู้จักและมีบุตรด้วยกันถึง 4 คน
เบื้องต้นเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสวมสิทธิ์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการของผู้พิการ หากตรวจสอบพบว่าเกิดการสวมสิทธิ์จริง หรือเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องมีการกล่าวโทษและดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบว่ามีประชาชนรายอื่นถูกสวมสิทธิ์ในลักษณะเดียวกันหรือไม่
ขณะที่ นายปอง ทีมงานธนกฤต จิตอาสา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบเอกสารราชการที่ระบุเลขบัตรประชาชน 13 หลักเดียวกับนายนิพนธ์ และใช้ชื่อมารดาคนเดียวกัน แต่กลับปรากฏข้อมูลบุตรมากกว่า 4 คน
นอกจากนี้ยังพบประวัติการจดทะเบียนสมรสที่อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ปี 2533 แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าเอกสารทะเบียนสมรสดังกล่าวสูญหาย อีกทั้งยังพบข้อมูลว่ามีบุคคลนำชื่อของนายนิพนธ์ไปใช้รักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ทำให้ครอบครัวกังวลว่าเลขบัตรประชาชนอาจถูกนำไปแอบอ้างทำธุรกรรม ผูกพันหนี้สิน หรือใช้ก่อเหตุผิดกฎหมายอื่นในอนาคต
ด้าน นางกุลนันท์ ตรีเจริญ น้องสะใภ้และผู้ดูแลนายนิพนธ์ กล่าวว่า ครอบครัวพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมและแก้ไขปัญหามานานกว่า 5 ปี โดยเคยติดต่อทั้งอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครอง รวมถึงยื่นเรื่องถึงสำนักนายกรัฐมนตรี แต่เรื่องยังไม่คืบหน้า
ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เคยแนะนำให้พาผู้เสียหายไปเซ็นใบหย่าเพื่อให้เรื่องยุติ แต่ครอบครัวเห็นว่าไม่สามารถทำได้ เพราะนายนิพนธ์ยืนยันว่าไม่เคยเป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนสมรสตั้งแต่แรก จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อ ดร.ธนกฤต เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ คืนสิทธิ์สวัสดิการที่ควรได้รับ และแก้ไขข้อมูลทะเบียนราษฎรให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยเร็ว
