- 27 ส.ค. 2569
เตือนด่วน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยารวม กทม. รับมือน้ำขึ้นสูง กรมชลฯ เร่งผันน้ำ 2 ฝั่งคุมระบายท้ายเขื่อน พร้อมจับตาพายุนาร์รา-ร่องมรสุมใกล้ชิด
ชัยนาท (27 สิงหาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ปัจจุบันระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กรมชลประทานต้องออกหนังสือประกาศแจ้งเตือนไปยังพื้นที่ 11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
สำหรับข้อมูลปริมาณน้ำล่าสุด บริเวณสถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,042 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มีระดับน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 15.70 เมตรรทก. และระดับน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 9.30 เมตรรทก. โดยปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ กรมชลประทานยังได้ทำการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกรวมกันในอัตรารวม 448 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยตัดยอดน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ทางด้านท้ายน้ำให้ได้มากที่สุด
นายวิชัย ผันประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ผลจากฝนที่ตกสะสมอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เริ่มมีปริมาณน้ำท่าไหลมาจากลุ่มแม่น้ำน่านมุ่งหน้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งจากข้อมูลการคาดการณ์ ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์ มีแนวโน้มอาจจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ เขื่อนเจ้าพระยาจะใช้วิธีทดยกระดับหน่วงน้ำด้านเหนือเขื่อน และผันน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งอย่างเต็มศักยภาพ โดยจะพยายามควบคุมอัตราการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนไม่ให้เกิน 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากร่องความกดอากาศต่ำ รวมถึงอิทธิพลของ "พายุนาร์รา" ที่อาจส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้น ซึ่งหากมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเกินศักยภาพจนจำเป็นต้องระบายเกินกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจะทำการแจ้งเตือนประชาชนทันที
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำฯ ยังระบุเพิ่มเติมว่า ตามสถิติของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมไปจนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี จะเป็นช่วงฤดูน้ำหลาก แม้ว่าภาพรวมปีนี้จะเผชิญกับสภาวะเอลนีโญก็ตาม จึงอยากฝากเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ให้ติดตามข้อมูลข่าวสาร พยากรณ์อากาศ และประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
