- 27 ส.ค. 2569
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง จับผู้ขับขี่กระบะดำไม่รอดสายตาสวมทะเบียนปลอม เช็กระบบฐานข้อมูลโป๊ะแตกสวมของรถคันอื่น
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.จักรวฬามิ์ อยู่เย็นศิริ รอง ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ยอดวิชา รอง ผกก.7 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ มีมุสิก สวญ.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.สถาพร มุสิกพงศ์ สว.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล., พร้อมพวกเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. (พังงา, กระบี่, ภูเก็ต)
ร่วมกันจับกุม นายสุเมธ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี
พร้อมข้องกลาง
1. รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ MITSUBISHI สีดำ จำนวน 1 คัน
2 แผ่นป้ายทะเบียน (ปลอม) จำนวน 2 แผ่น
3. คู่มือการจดทะเบียน รถยนต์ แบบสำเนาถ่ายเอกสาร
โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ““ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”
สถานที่จับกุม บริเวณบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4035 กม.2-3 ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ขณะออกตรวจและปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบ ได้พบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ขับผ่านบริเวณดังกล่าว โดยมีพิรุธน่าสงสัย จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า แผ่นป้ายทะเบียนที่ติดอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีลักษณะผิดปกติ ไม่เป็นไปตามรูปแบบและรายละเอียดของแผ่นป้ายทะเบียนที่ออกโดยทางราชการ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถ เปรียบเทียบกับหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์อย่างละเอียด
ผลการตรวจสอบพบว่า
หมายเลขทะเบียนที่ติดอยู่กับรถไม่ตรงกับหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์ของรถคันดังกล่าว อีกทั้งเมื่อตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลของทางราชการ ยังพบว่า หมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์ดังกล่าวเป็นข้อมูลของรถอีกคันหนึ่ง ต่อมา ผู้ขับขี่ได้นำสำเนาคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์ ซึ่งมีชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม เมื่อนำข้อมูลจากเอกสารมาเปรียบเทียบกับสภาพรถและข้อมูลทะเบียนจากทางราชการแล้ว พบว่ารายละเอียดไม่สอดคล้องกัน จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า แผ่นป้ายทะเบียนที่ติดอยู่กับรถเป็นแผ่นป้ายทะเบียนที่จัดทำขึ้นโดยมิชอบ และเข้าลักษณะเป็นเอกสารราชการปลอม
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดแผ่นป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมสำเนาคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์ไว้เป็นของกลาง ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับในความผิดฐาน “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม (แผ่นป้ายทะเบียนรถ)” พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบโดยชัดแจ้ง จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางมาจัดทำบันทึกการจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยคดีดังกล่าวถือเป็นอีกกรณีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดในการตรวจสอบและปราบปรามการใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบทะเบียนยานพาหนะและความปลอดภัยของประชาชนโดยรวม
สอบถามคำให้การผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของนายจ้าง ได้ซื้อรถยนต์หลุดจำนำและนำมาให้ตนใช้งาน
