- 27 ส.ค. 2569
ตำรวจตามรวบหนุ่มวัย 18 ปี ชาวเชียงใหม่ หลังขี่รถจักรยานยนต์กว่า 100 กิโลเมตรมายัง จ.ลำปาง หวังก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ประภาส อุบลศรี ผกก.สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พร้อมกำลังตำรวจ สภ.ห้างฉัตร ตำรวจ สภ.สบปราบ และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ควบคุมตัว นายชยธร อายุ 18 ปี ชาว อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาคดีพยายามชิงทรัพย์ร้านทอง มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณหน้าร้านทองภายในตลาดสด อ.ห้างฉัตร
สืบเนื่องจากผู้ต้องหาได้พยายามก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร แต่ไม่สามารถเข้าไปภายในร้านได้ ก่อนที่ช่วงเช้ามืดของวันถัดมาจะไปก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ อ.สบปราบ ได้เงินไปประมาณ 5,400 บาท โดยใช้อาวุธปืนปลอมในการก่อเหตุ
ระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มีประชาชนที่ทราบข่าวเดินทางมาสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังดูแลความเรียบร้อยและควบคุมตัวผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด ก่อนนำตัวไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายชยธรให้การว่า ทำงานเป็นพนักงานรับจ้างอยู่ที่ร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง และเพิ่งซื้อรถจักรยานยนต์คันใหม่มาได้ประมาณ 3 เดือน ต้องผ่อนค่างวดเดือนละกว่า 2,000 บาท แต่ช่วงที่ผ่านมาไม่มีเงินเพียงพอสำหรับผ่อนรถ อีกทั้งยังมีภาระช่วยส่งน้องเรียน จึงตัดสินใจก่อเหตุ
ผู้ต้องหาให้การว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์จาก อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เดินทางมายัง จ.ลำปาง เป็นระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร เพื่อหาสถานที่ก่อเหตุ โดยพกปืนปลอมติดตัวมาด้วย ก่อนจะไปดูลาดเลาบริเวณร้านทองในตลาดสด อ.ห้างฉัตร แต่ไม่สามารถเข้าไปภายในร้านได้ จึงเปลี่ยนเป้าหมายไปก่อเหตุที่ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ อ.สบปราบ และได้เงินไปกว่า 5,400 บาท
ด้าน พ.ต.อ.ประภาส เปิดเผยว่า ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง พบว่าผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนดูลาดเลาบริเวณตลาดสดและร้านทองหลายแห่งตั้งแต่ประมาณ 10.00 น. ของวันที่เกิดเหตุ โดยมีการวนรถผ่านพื้นที่มากกว่า 20 รอบ ก่อนตัดสินใจเข้าไปก่อเหตุที่ร้านทองแห่งหนึ่ง
ภาพจากกล้องวงจรปิดยังพบว่า ผู้ต้องหาพกอาวุธปืนและพยายามเปิดประตูร้านทองเพื่อเข้าไปภายใน แต่กลับเปิดประตูผิดฝั่ง โดยประตูด้านซ้ายเป็นประตูที่ร้านไม่ได้ใช้งานและปิดล็อกไว้ ส่วนประตูที่เปิดให้ลูกค้าเข้า-ออกอยู่ทางด้านขวามือ และมีระบบล็อกจากด้านใน ทำให้ผู้ต้องหาไม่สามารถเข้าไปภายในร้านและไม่ได้ทรัพย์สินไป
เจ้าของร้านทองเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเห็นผู้ต้องหาพกอาวุธปืน จึงไม่ทราบว่าเป็นปืนจริงหรือปืนปลอม ทำให้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และไม่มีทางเปิดประตูให้ผู้ต้องหาเข้ามาภายในร้าน ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุไม่สามารถเข้าไปภายในและไม่ได้ทรัพย์สินใดไป
