กทม. พาคนไร้บ้านเข้า "บ้านอิ่มใจ" คืนสิทธิขั้นพื้นฐาน เติมคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

เปิดโมเดล กทม. ดึงคนไร้บ้านคืนสู่สังคม พาเข้า "บ้านอิ่มใจ" คืนสิทธิขั้นพื้นฐาน เติมคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

"บ้านอิ่มใจ" กทม. ลงพื้นที่ราชดำเนิน ย้ำดูแลคนไร้บ้านแบบละมุนละม่อม พาเข้าสู่ระบบ-คืนสู่สังคม

 

(26 ส.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่สำรวจความเรียบร้อยบริเวณถนนราชดำเนิน เขตพระนคร และติดตามการดำเนินงานของ “บ้านอิ่มใจ” บริเวณการประปาแม้นศรี (เดิม) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พร้อมหารือแนวทางบูรณาการหน่วยงานเพื่อดูแล คนไร้บ้าน ในพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ

 

กทม. พาคนไร้บ้านเข้า บ้านอิ่มใจ คืนสิทธิขั้นพื้นฐาน เติมคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า การที่คนไร้บ้านมานอนในพื้นที่สาธารณะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี และไม่เป็นไปตามกฎหมาย จึงต้องช่วยกันดูแล โดยหลักการคือพยายามไม่ให้คนไร้บ้านต้องนอนในพื้นที่สาธารณะ และหากเป็นไปได้ให้พาเข้าสู่บ้านอิ่มใจ เพื่อให้เข้าถึงสิทธิที่พึงได้รับ รวมถึงพัฒนาศักยภาพเพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้

 

 

“ขอให้ทำทุกอย่างด้วยความละมุนละม่อม เพราะคนไร้บ้านส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทยเหมือนพวกเราทุกคน ขอให้ดูแลเขาด้วยความรักความเมตตา และพยายามให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำ 

 

 

พร้อมย้ำว่า การทำงานเรื่องนี้ต้องบูรณาการหลายภาคส่วน ทั้งตำรวจ เทศกิจ สำนักงานเขต รวมถึงทหาร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

กทม. พาคนไร้บ้านเข้า บ้านอิ่มใจ คืนสิทธิขั้นพื้นฐาน เติมคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวอีกว่า ปัญหาคนไร้บ้านมีความซับซ้อนและมีหลายสาเหตุ ทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจ การไม่มีงานทำ ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาส่วนบุคคล จึงไม่สามารถแก้ไขด้วยการผลักคนออกจากพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูแลเป็นรายกรณี ทั้งเรื่องสิทธิ การรักษาพยาบาล การฝึกอาชีพ และการสร้างโอกาสให้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ เพราะหากอยู่ในพื้นที่สาธารณะเป็นเวลานาน อาจทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงและยิ่งกลับเข้าสู่ระบบได้ยาก

 

 

ทั้งนี้ กทม. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลพื้นที่ที่พบคนไร้บ้านจำนวนมาก ทั้งพื้นที่สาธารณะ สวนสาธารณะ และบริเวณใต้สะพาน โดยคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยของคนไร้บ้านและประชาชนที่เข้ามาใช้พื้นที่

 

 

สำหรับ “บ้านอิ่มใจ” ปัจจุบันมีผู้เข้าพักบนอาคารประมาณ 80 คน และพักอยู่บริเวณภายนอกประมาณ 50 คน ขณะที่มีผู้มารับอาหารวันละประมาณ 200 - 300 คน โดยจัดอาหารวันละ 2 มื้อ และมีบริการด้านสุขภาพ การทำบัตรและเอกสารสิทธิ รวมถึงการฝึกอาชีพ โดย กทม. อยู่ระหว่างทบทวนแนวทางการให้บริการเพื่อให้รองรับผู้ที่มีความต้องการแตกต่างกันมากขึ้น

 

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังขอความร่วมมือประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือคนไร้บ้าน หากประสงค์จะบริจาคอาหารหรือสิ่งของ ขอให้นำไปบริจาคที่บ้านอิ่มใจแทนการนำไปแจกบนพื้นที่สาธารณะโดยตรง เพื่อไม่ให้เกิดการรวมตัวและปัญหาขยะ อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือเข้าสู่ระบบและได้รับการดูแลในด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

 

 

“เราไม่ได้จับกุม เราแค่พยายามจะให้เขามีความปลอดภัย ให้เขาอยู่ในที่ที่จัดไว้ แล้วก็ต้องสมัครใจและค่อย ๆ ปรับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

 

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหาคนไร้บ้านไม่ใช่เรื่องที่แก้ได้ง่าย ๆ และไม่ใช่เพียงปัญหาของกรุงเทพมหานคร แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ทั่วโลก จึงต้องแก้ตั้งแต่ต้นเหตุและดูแลทั้งระบบ พร้อมย้ำว่า “ทุกคนก็เป็นคนที่มีชีวิตจิตใจ” การแก้ปัญหาจึงต้องใช้ความเข้าใจและดูแลอย่างละเอียด เพราะแต่ละกรณีมีสาเหตุและความต้องการแตกต่างกัน ทั้งนี้ หากประชาชนพบจุดที่มีปัญหาสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าดูแลได้

 

 

ในการนี้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายสยามรัฐ เรืองนาม ผู้อำนวยการเขตพระนคร คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เขตพระนคร สำนักเทศกิจ สถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

#คนไร้บ้าน #บ้านอิ่มใจ