- 27 ส.ค. 2569
กู้ภัยไปไม่เป็น ส่งผู้ป่วยติดเตียงวัย 71 กลับบ้าน แต่ญาติไม่รับแถมขู่แจ้งความ ก่อนภรรยาเล่าเรื่องอีกมุม คดีพลิกเลย?
กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ย้อย พันธ์ดนตรี” เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู โพสต์คลิปพร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ หลังได้รับผู้ป่วยติดเตียงรายหนึ่งส่งโรงพยาบาล ก่อนจะได้รับการประสานให้นำตัวกลับบ้าน แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับพบว่าญาติไม่ประสงค์รับผู้ป่วยกลับเข้าบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจนำตัวกลับมายังโรงพยาบาลอีกครั้ง
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 09:30 น. ศูนย์วิทยุมูลนิธิร่วมกตัญญูแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ชายชราอายุ 77 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง และมีแผลกดทับบริเวณด้านหลัง เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปรับตัวจากบ้านและนำส่งโรงพยาบาลลาดบัวหลวงเพื่อเข้ารับการตรวจรักษา
ภายหลังแพทย์และพยาบาลตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และทำแผลกดทับ ไม่พบความผิดปกติหรือภาวะแทรกซ้อนที่จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินจึงประสานให้มูลนิธินำผู้ป่วยกลับไปส่งที่บ้าน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านและกำลังจะนำผู้ป่วยลงจากรถ กลับได้รับแจ้งจากภรรยาว่าไม่ต้องนำผู้ป่วยลงจากรถ พร้อมยืนยันว่าไม่สามารถรับผู้ป่วยกลับเข้าบ้านได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพูดคุยเพื่อหาทางออก และประสานตำรวจเข้ามาช่วยเจรจา แต่ก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้
นายชัยวัฒน์ พันธ์ดนตรี เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จุดลาดบัวหลวง ผู้โพสต์เรื่องราวดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนทำงานอาสามานานกว่า 30 ปี และเพิ่งเคยพบเหตุการณ์ลักษณะนี้ โดยหลังไม่สามารถส่งผู้ป่วยเข้าบ้านได้ จึงตัดสินใจนำผู้ป่วยกลับมายังโรงพยาบาลลาดบัวหลวงอีกครั้ง เพราะเห็นว่าผู้ป่วยยังไม่มีสถานที่พักและรู้สึกเป็นห่วง อีกทั้งตนยังมีภารกิจต้องไปรับผู้ป่วยรายอื่น
เมื่อกลับมาถึงโรงพยาบาล ทางแพทย์และพยาบาลจึงรับผู้ป่วยไว้ดูแล เนื่องจากยังไม่มีญาติมาติดต่อ พร้อมประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ลงพื้นที่ประเมินแนวทางช่วยเหลือ รวมถึงพิจารณาสถานสงเคราะห์หรือสถานดูแลที่เหมาะสม
แพทย์หญิงชุติมา ปั้นเหน่งเพชร นายแพทย์ปฏิบัติการ โรงพยาบาลลาดบัวหลวง เปิดเผยว่า เบื้องต้นโรงพยาบาลตรวจร่างกายและตรวจเลือดผู้ป่วยแล้วไม่พบความผิดปกติ จึงประสานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้นำผู้ป่วยกลับบ้าน แต่เมื่อไปถึงกลับไม่สามารถส่งตัวเข้าบ้านได้ตามที่เกิดขึ้น
ส่วนสาเหตุที่โรงพยาบาลไม่ได้รับผู้ป่วยไว้รักษาตั้งแต่แรก เนื่องจากผลตรวจไม่พบอาการหรือภาวะที่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ประกอบกับผู้ป่วยมีอายุมาก จึงไม่ต้องการให้พักรักษาตัวโดยไม่จำเป็น เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในโรงพยาบาล ทั้งนี้ ผู้ป่วยมีประวัติรักษาที่โรงพยาบาลลาดบัวหลวง และเคยเข้าพักรักษาตัวประมาณ 4 เดือน
ขณะที่ผู้ใหญ่อ๊อด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลลาดบัวหลวง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเองและ อสม. ในพื้นที่ลงพื้นที่ติดตามดูแลผู้ป่วยรายนี้อยู่แล้ว โดยผู้ป่วยเคยอาศัยอยู่กับภรรยาที่บ้านหลังดังกล่าว ก่อนทั้งคู่จะแยกทางกัน และผู้ป่วยไปมีครอบครัวใหม่ ต่อมาเมื่อมีอายุมากขึ้นจึงกลับมาขออาศัยอยู่ที่บ้านเดิม ก่อนล้มป่วยจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง
สำหรับสาเหตุที่ภรรยาไม่สามารถรับผู้ป่วยกลับไปดูแลได้นั้น ผู้ใหญ่บ้านระบุว่า ภรรยาเองก็มีอายุมากและมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ ไม่สามารถช่วยยกตัว อาบน้ำ หรือดูแลกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยได้ อีกทั้งทั้งสองคนแยกทางกันมานานแล้ว จึงอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดสถานการณ์ดังกล่าว
ด้าน หญิงวัย 77 ปี อดีตภรรยาของผู้ป่วย เปิดเผยว่า ทั้งสองเคยใช้ชีวิตร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2528 ก่อนแยกทางกันในปี 2551 และไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันมานานหลายปี กระทั่งประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยกลับมาขออาศัยอยู่ที่บ้านอีกครั้ง ตนเห็นว่าเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันจึงอนุญาตให้พักอาศัย แต่ต่อมาผู้ป่วยล้มป่วยและกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง
อดีตภรรยาของผู้ป่วยกล่าวว่า ปัจจุบันตนเองอายุ 77 ปี มีปัญหาสุขภาพและเดินเหินลำบาก ไม่สามารถดูแลผู้ป่วยติดเตียงได้ ทั้งการยกตัว อาบน้ำ และดูแลกิจวัตรประจำวัน อีกทั้งยังมีภาระดูแลสมาชิกในครอบครัว มีรายได้จำกัด จึงไม่มีทั้งกำลังและค่าใช้จ่ายเพียงพอที่จะรับภาระดังกล่าว
ส่วนเหตุการณ์ที่พูดคุยกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิและปรากฏในคลิป อดีตภรรยาของผู้ป่วยยอมรับว่าเกิดจากความเครียดและความไม่พร้อมในการดูแล พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ต้องการทำร้ายหรือทอดทิ้งผู้ป่วย แต่ไม่สามารถรับภาระดูแลต่อไปได้ เนื่องจากทั้งสองแยกทางกันมานานแล้ว
เบื้องต้นผู้ใหญ่บ้านได้ประสาน อสม. โรงพยาบาลลาดบัวหลวง และองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ รวมถึงพิจารณานำสิทธิเงินผู้สูงอายุและเงินช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดูแล นอกจากนี้ยังประสานสถานดูแลผู้สูงอายุ “วาสนาเวชดูแลผู้สูงอายุ” เพื่อขอรับตัวไปดูแล แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอการตอบรับและรอคิว
ขณะนี้โรงพยาบาลลาดบัวหลวงยังคงให้การดูแลผู้ป่วย พร้อมประสาน พม. เพื่อติดตามหาญาติ ซึ่งผู้ป่วยให้ข้อมูลว่ามีบุตร 2 คน และหาแนวทางจัดสถานที่ดูแลที่เหมาะสมต่อไป โดยหน่วยงานในพื้นที่ยืนยันว่าจะเร่งช่วยเหลือและไม่ทอดทิ้งผู้ป่วย
เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาของผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่มีผู้ดูแล ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว ชุมชน โรงพยาบาล และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
