- 27 ส.ค. 2569
โป๊ะแตก ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) "สืบสวนขยายผลเว็บพนัน OLE777 พบเส้นทางการเงิน 3 ชั้น ซึ่งมีมูลค่ากว่า 529 ล้านบาท"
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ยอดวิชา รอง ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.สวรรยา เอียดตรง สวญ.ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. และ พ.ต.ท.ธรรศพงศ์ ศรียะพันธ์ สว.ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. ได้สั่งการให้
เจ้าพนักงานตำรวจ ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. นำโดย ร.ต.อ.ราเมศ นฤมิตร รอง สว.ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล., ร.ต.ท.สหายราษฎร์ กูเล็ม รอง สว.(ป.) ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล., ร.ต.ท.สุนทร ดำเกาะ รอง สว.(ป.) ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.รอปีอ๊ะ ฯ อายุ 40 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนัน (ไพ่บาคาร่า, รูเล็ต) หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันออนไลน์ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมายและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ 1352/2569 ลงวันที่ 18 ส.ค. 2569”
พฤติการณ์ในการจับกุมสืบเนื่องจากการสืบสวนเว็บไซต์ www.OLE777.com ซึ่งมีการโฆษณาชักชวนให้ประชาชนเล่นการพนันออนไลน์ เช่น พนันฟุตบอล สล็อต บาคาร่า และรูเล็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้สายลับสมัครสมาชิกและทดลองเล่นการพนัน จำนวน 10 ครั้ง พบว่าสามารถเดิมพันและได้เสียทรัพย์สินกันจริง จึงได้บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 บัญชี เป็นบัญชีแถวที่ 1
จากนั้นได้สืบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน พบบัญชีแถวที่ 2 จำนวน 19 บัญชี ทำหน้าที่รับและโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน และตรวจสอบต่อพบบัญชีแถวที่ 3 จำนวน 7 บัญชี ซึ่งเป็นบัญชีบุคคลที่ใช้รับและโอนเงินเพื่อหมุนเวียนในระบบพนันออนไลน์
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบัญชีแถวที่ 3 พบการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เลขที่ 00101xxxxx ชื่อบัญชี BITKUB xxxx หลายครั้ง เป็นเงินจำนวนมาก โดยพบมูลค่าเงินที่เกี่ยวข้องรวมประมาณ 529 ล้านบาท จากพยานหลักฐานและการสืบสวนขยายผลดังกล่าว จึงนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับ
ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า ผู้ถูกจับ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว จะมาปรากฏตัวที่สถานีรถไฟปัตตานี ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จว.ปัตตานี เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วจึงเดินทางไปตรวจสอบบริเวณสถานที่จับกุม
เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมไปถึงบริเวณดังกล่าว ได้พบบุคคลซึ่งมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับบุคคลตามหมายจับยืนอยู่ จึงได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานของรัฐให้บุคคลดังกล่าวดู แล้วได้ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวของบุคคลดังกล่าว ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวคือผู้ต้องหาตามหมายจับข้างต้นจริง เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับดังกล่าวข้างต้นให้ผู้ถูกจับดู ซึ่งผู้ถูกจับได้ตรวจดูแล้ว รับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคลที่ปรากฏรายละเอียดตามหมายจับฉบับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน
เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่าเขาต้องถูกจับตามข้อหาที่ได้ระบุไว้ในหมายจับข้างต้น และแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงนำตัวผู้ถูกจับมาทำบันทึกการจับกุมที่ ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. ต่อมาได้นำตัวผู้ถูกจับส่งศาลอาญามีนบุรี ผู้รับผิดชอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ถูกจับยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่รับว่าบัญชีธนาคารดังกล่าวเป็นบัญชีของตนเองจริง แต่มีไว้เพื่อใช้ในการประกอบกิจการของบริษัทฯ เท่านั้น มิได้มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำการใด ๆ อันเป็นความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ร.ต.อ.ราเมศ นฤมิตร รอง สว.ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. โทร. 065-9144553, ร.ต.ท.สุนทร ดำเกาะ รอง สว.(ป.) ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. โทร. 065-503-6336
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง “มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน”
