- 28 ส.ค. 2569
ต่างด้าวต้องรู้ จากกรณีราชกิจจาฯ ประกาศระเบียบใหม่ เปิด 7 ความผิด-พฤติการณ์ของคนต่างด้าว เข้าข่ายถูกสั่งเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร
จากกรณีเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569” ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยระเบียบดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการเนรเทศคนต่างด้าว และให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ระเบียบดังกล่าวระบุว่า ประเทศไทยมีนโยบายต้อนรับคนต่างด้าวที่สุจริตให้เข้ามาท่องเที่ยว พำนัก ทำงาน และประกอบธุรกิจในราชอาณาจักร แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน
อย่างไรก็ตาม หากพบคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมาย แสวงหาประโยชน์ส่วนตน หรือมีพฤติการณ์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี รวมถึงผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็สามารถดำเนินการเนรเทศออกนอกราชอาณาจักรได้
สำหรับความผิดและพฤติการณ์ที่เข้าข่ายถูกเนรเทศ มีดังนี้
1. มีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย สามารถรายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณามีคำสั่งให้เนรเทศคนต่างด้าวออกนอกราชอาณาจักรได้ โดยครอบคลุมถึงผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนพฤติกรรมดังกล่าวด้วย
2. เข้ามาหรืออยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย
กรณีคนต่างด้าวเข้ามาหรือพำนักอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดครบถ้วนแล้ว เมื่อได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร
3. ทำงานในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย
คนต่างด้าวที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการทำงานในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว และได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เข้าข่ายถูกเนรเทศ
4. ประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย
กรณีประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เมื่อคดีถึงที่สุดและได้รับโทษครบถ้วนแล้ว สามารถถูกสั่งเนรเทศได้
5. ปลอมแปลงเอกสารราชการ หรือใช้เอกสารราชการปลอม
คนต่างด้าวที่ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ หรือใช้เอกสารราชการปลอม และได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เข้าข่ายถูกเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร
6. กระทำความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
หากคนต่างด้าวกระทำความผิดตามกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป และได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดครบถ้วนและได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว รัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งให้เนรเทศได้
7. เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด
ผู้ที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนให้มีการกระทำความผิดใน 5 กรณีข้างต้น ได้แก่ การเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมาย การทำงานโดยผิดกฎหมาย การประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย การปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม และความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ก็เข้าข่ายถูกเนรเทศเช่นกัน
ทั้งนี้ ระเบียบกำหนดให้กรมราชทัณฑ์แจ้งรายชื่อ สัญชาติ สำนวนคดี หรือเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ได้รับมอบหมาย ก่อนปล่อยตัวจากเรือนจำไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้ดำเนินการพิจารณาคำสั่งเนรเทศต่อไปโดยไม่ชักช้า
นอกจากนี้ หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกแต่รอการลงโทษ หรือมีคำพิพากษาให้ปรับคนต่างด้าว สำนักงานศาลยุติธรรมจะต้องแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ได้รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาดำเนินการตามระเบียบต่อไป
สำหรับคำสั่งเนรเทศ จะต้องคำนึงถึงกฎหมาย กฎระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี รวมถึงพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องด้วย
หากนายกรัฐมนตรีไม่ได้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศหรือมีคำสั่งมิให้ส่งตัว ผู้ถูกสั่งเนรเทศจะถูกส่งกลับไปยังประเทศที่มีสัญชาติ หรือหากไม่มีสัญชาติแน่นอน จะส่งกลับไปยังประเทศที่เจ้าตัวแจ้งว่าเคยพำนักอยู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้าประเทศไทย
