เช็ก 6 พื้นที่เสี่ยง เตรียมรับมือน้ำเหนือ หลังปรับระบายน้ำเพิ่ม 700-1,000 ลบ.ม./วินาที

รัฐบาลสั่งรับมือน้ำเหนือ ปรับระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 700-1,000 ลบ.ม./วินาที สอดคล้องสถานการณ์ พร้อมเตือนอำเภอริมน้ำอยุธยา เตรียมรับมือระดับน้ำสูง

เช็ก "6 พื้นที่เสี่ยง" เตรียมรับมือน้ำเหนือ (28 สิงหาคม 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ตอนบนของประเทศ ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการทำงานเชิงรุก เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำและเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิดและเร่งด่วนที่สุด

 

เช็ก 6 พื้นที่เสี่ยง เตรียมรับมือน้ำเหนือ หลังปรับระบายน้ำเพิ่ม 700-1,000 ลบ.ม./วินาที

จากการติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน คาดการณ์ว่าในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1,000–1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเป็น 1,100–1,200 ลบ.ม./วินาที

 

เช็ก 6 พื้นที่เสี่ยง เตรียมรับมือน้ำเหนือ หลังปรับระบายน้ำเพิ่ม 700-1,000 ลบ.ม./วินาที

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลโดยกรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อน โดยเร่งผันน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกเพื่อตัดยอดน้ำ พร้อมปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในอัตรา 700–1,000 ลบ.ม./วินาที เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำเหนือ ซึ่งการปรับระบายน้ำดังกล่าว จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.60–1.50 เมตร

อย่างไรก็ตาม จะมีพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำเหนือ ซึ่งต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำใน 6 อำเภอ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา , อำเภอผักไห่ , อำเภอบางบาล , อำเภอพระนครศรีอยุธยา , อำเภอบางปะอิน และ อำเภอบางไทร

 

 

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ย้ำว่า ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ใกล้เคียง ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลจะบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกสะสม เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน