- 29 ส.ค. 2569
มือถือช้า แบตหมดไว อย่าเพิ่งโทษเครื่อง! เปิด 10 แอปฯที่ไม่มีประโยชน์ ที่ควรเช็ก ลบตัวไม่จำเป็น ลดภาระเครื่อง
โทรศัพท์มือถือที่ใช้งานมานานมักมีแอปพลิเคชันสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งแอปฯ ที่เคยดาวน์โหลดมาใช้งานเพียงครั้งเดียว เกมที่เลิกเล่น หรือแอปฯ ที่แทบไม่ได้เปิดใช้งานแล้ว แม้การมีแอปฯ จำนวนมากจะไม่ได้หมายความว่ามือถือจะกินแบตเตอรี่ตลอดเวลา แต่บางแอปฯ สามารถทำงานเบื้องหลัง ซิงก์ข้อมูล ใช้ตำแหน่ง หรือส่งการแจ้งเตือน จนอาจเพิ่มภาระให้กับเครื่องได้
หากพบว่ามือถือเริ่มทำงานช้าลง พื้นที่จัดเก็บใกล้เต็ม หรือแบตเตอรี่ลดเร็วกว่าปกติ การสำรวจแอปฯ ที่ติดตั้งอยู่จึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยลดภาระของเครื่อง โดยมี 10 ประเภทแอปฯ ที่ควรพิจารณาว่ายังจำเป็นต้องเก็บไว้หรือไม่
1. แอปฯ ที่ไม่ได้เปิดใช้งานมานาน
ไม่ว่าจะเป็นเกม แอปฯ แต่งรูป แอปฯ ท่องเที่ยว หรือแอปฯ ที่ดาวน์โหลดมาใช้เพียงครั้งเดียว หากไม่ได้เปิดใช้งานมาหลายเดือนและไม่มีแผนจะใช้ต่อ ก็ควรพิจารณาลบ โดยเฉพาะแอปฯ หรือเกมขนาดใหญ่ที่ใช้พื้นที่หลาย GB
2. แอปฯ Clean RAM / RAM Booster / Task Killer
แอปฯ ที่อ้างว่าสามารถกดเพียงครั้งเดียวเพื่อทำให้ RAM โล่งและเครื่องเร็วขึ้น อาจไม่จำเป็นสำหรับสมาร์ตโฟนยุคใหม่ เนื่องจากทั้ง Android และ iPhone มีระบบจัดการหน่วยความจำและแอปฯ เบื้องหลังอยู่แล้ว ขณะที่แอปฯ ประเภทนี้เองก็อาจต้องทำงานเพื่อตรวจสอบหรือปิดแอปฯ อื่นอยู่ตลอดเวลา
3. แอปฯ Battery Saver / Phone Cooler
แอปฯ ที่อ้างว่าช่วยประหยัดแบตเตอรี่หรือทำให้โทรศัพท์เย็นลงทันที ก็ควรพิจารณาความจำเป็นเช่นกัน เพราะระบบปฏิบัติการมีระบบจัดการพลังงานในตัวอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้เครื่องร้อนมักเกี่ยวข้องกับการเล่นเกม ใช้กล้อง ดูวิดีโอ ใช้ GPS หรือระหว่างชาร์จแบตเตอรี่มากกว่า
4. แอปฯ Cleaner ที่เต็มไปด้วยโฆษณา
แอปฯ สำหรับลบไฟล์ขยะบางตัวอาจมีประโยชน์ แต่หากเปิดใช้งานแล้วพบโฆษณาจำนวนมาก แจ้งเตือนว่าเครื่องมีปัญหาตลอดเวลา หรือพยายามให้กดทำความสะอาดซ้ำ ๆ ก็อาจไม่คุ้มที่จะติดตั้งไว้ เพราะระบบ Android และ iPhone ต่างมีเครื่องมือจัดการพื้นที่ในตัวอยู่แล้ว
5. แอปฯ ที่ทำหน้าที่ซ้ำกันหลายตัว
ลองตรวจสอบว่ามีเบราว์เซอร์ แอปฯ แต่งรูป แอปฯ สแกนเอกสาร หรือแอปฯ ดูไฟล์หลายตัวเกินความจำเป็นหรือไม่ หากใช้งานจริงเพียงแอปฯ เดียว แอปฯ ที่เหลืออาจเป็นเพียงตัวกินพื้นที่ รวมถึงบางแอปฯ อาจยังทำงานเบื้องหลังหรือส่งการแจ้งเตือนอยู่
6. แอปฯ ที่ใช้ Location ทั้งที่แทบไม่ได้ใช้งาน
แอปฯ นำทาง ออกกำลังกาย เดลิเวอรี และแอปฯ อื่น ๆ อาจจำเป็นต้องใช้ตำแหน่งเพื่อให้บริการ แต่หากไม่ได้ใช้งานแล้ว ควรตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง Location เพราะการใช้ตำแหน่งและ GPS อย่างต่อเนื่องอาจเพิ่มการใช้พลังงานได้ หากไม่จำเป็น สามารถปิดสิทธิ์หรือถอนการติดตั้งแอปฯ ได้
7. แอปฯ ที่ไม่ค่อยใช้ แต่แจ้งเตือนทั้งวัน
แอปฯ ช้อปปิ้ง ข่าว เกม และโซเชียลบางประเภทอาจส่งการแจ้งเตือนจำนวนมาก ทั้งโปรโมชั่น ข่าวสาร หรือกิจกรรมต่าง ๆ หากยังต้องการเก็บแอปฯ ไว้ สามารถเลือกปิดการแจ้งเตือนได้ แต่หากแทบไม่ได้ใช้งาน การลบออกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
8. เกมที่เลิกเล่นแล้ว
เกมมือถือในปัจจุบันบางเกมใช้พื้นที่ตั้งแต่หลาย GB ไปจนถึงหลายสิบ GB หากเลิกเล่นมานานแล้ว การเก็บไว้เพียงเพราะคิดว่า “สักวันอาจกลับมาเล่น” อาจไม่คุ้ม โดยเฉพาะในเครื่องที่มีพื้นที่จัดเก็บเหลือน้อย
9. แอปฯ เก่าที่ไม่ได้รับการอัปเดตมานาน
แอปฯ ที่ผู้พัฒนาเลิกอัปเดตอาจมีปัญหาด้านความเข้ากันได้กับ Android หรือ iOS รุ่นใหม่ รวมถึงอาจทำงานผิดปกติ หากมีแอปฯ อื่นที่ทำหน้าที่เดียวกันและได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนไปใช้แอปฯ รุ่นใหม่
10. แอปฯ ที่จำไม่ได้ว่าติดตั้งมาจากไหน หรือขอสิทธิ์มากเกินไป
หากพบแอปฯ ที่จำไม่ได้ว่าดาวน์โหลดมาเพื่ออะไร หรือเป็นแอปฯ ธรรมดาแต่กลับขอเข้าถึงรายชื่อ ตำแหน่ง ไมโครโฟน หรือไฟล์จำนวนมากผิดปกติ ควรตรวจสอบให้ละเอียด เพราะนอกจากประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวแล้ว การทำงานเบื้องหลังของแอปฯ ก็อาจเพิ่มการใช้พลังงานได้
- เช็กก่อนลบ แอปฯ ไหนกินแบตเตอรี่?
ก่อนจะไล่ลบแอปฯ แบบสุ่ม ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถิติการใช้แบตเตอรี่ของเครื่องก่อนได้ โดย iPhone สามารถเข้าไปที่ Settings > Battery เพื่อดูว่าแอปฯ ใดใช้แบตเตอรี่มาก รวมถึงตรวจสอบการทำงานเบื้องหลังได้
ส่วน Android ตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่น แต่โดยทั่วไปสามารถเข้าไปที่ Settings > Battery > Battery usage เพื่อดูว่าแอปฯ ใดใช้พลังงานมากผิดปกติ
ทั้งนี้ การมีแอปฯ ติดตั้งอยู่จำนวนมากไม่ได้หมายความว่ามือถือจะต้องร้อนหรือแบตเตอรี่หมดเร็วเสมอไป แต่ควรให้ความสำคัญกับแอปฯ ที่ทำงานเบื้องหลังบ่อย ใช้ GPS ส่งการแจ้งเตือนจำนวนมาก หรือกินพื้นที่โดยไม่จำเป็น
ดังนั้น หากมือถือเริ่มมีอาการช้า ร้อน หรือแบตเตอรี่ลดเร็ว ลองเปิดดูทั้งหน้า Battery และ Storage แล้วสำรวจว่าแอปฯ ไหนไม่ได้ใช้งานมานาน แอปฯ ไหนกินแบตเตอรี่ผิดปกติ หรือมีแอปฯ ที่ทำหน้าที่ซ้ำกันหรือไม่ การลบเฉพาะแอปฯ ที่ไม่จำเป็นออก อาจช่วยคืนพื้นที่และลดภาระให้เครื่องได้ โดยไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนมือถือใหม่
