- 31 ส.ค. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบแก๊งหลอกซ้ำ อ้างช่วยตามเงินคืน หลังเหยื่อถูกโกงซื้อโทรศัพท์ แอดไลน์มาตุ๋นต่อ 64 ครั้ง สูญเงินกว่า 8 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์, พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ.
ร่วมกันจับกุม นางสาวอมรรัตน์ฯ อายุ 41 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.2237/2568
ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก
หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนเองโดยไม่มีเจตนาใช้เพื่อตน โดยประการ
ที่น่าจะรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ”
สถานที่จับกุม บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม 2568 ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้สั่งซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านทางแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก โดยผู้เสียหายได้ชำระเงินตามจำนวนและช่องทางที่ผู้ขายแจ้งให้ทราบ แต่ภายหลังกลับ ไม่ได้รับโทรศัพท์มือถือหรือสินค้าที่สั่งซื้อแต่อย่างใด ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายและเชื่อว่าตนเองถูกหลอกลวง ต่อมาได้มีบุคคลติดต่อผู้เสียหายผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยอ้างว่าสามารถ ช่วยติดตามเงินหรือดำเนินการขอเงินที่ถูกหลอกลวงกลับคืนมาได้ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวังว่าจะได้รับเงินที่สูญเสียไปกลับคืนมาจึงหลงเชื่อและพูดคุยติดต่อกับบุคคลดังกล่าว
จากนั้นคนร้ายได้แนะนำขั้นตอนต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นกระบวนการสำหรับติดตามหรือขอคืนเงินและให้ผู้เสียหายดำเนินการตามที่แจ้ง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและทำตามขั้นตอนดังกล่าว กลับไม่ได้รับเงินคืนตามที่คนร้ายกล่าวอ้างแต่อย่างใดพฤติการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่คนร้ายได้ใช้วิธีการในลักษณะเดียวกัน หลอกลวงผู้เสียหายรวมจำนวน 64 ครั้ง ส่งผลให้มีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 8,163,191 บาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งว่านางสาวอมรรัตน์ฯ นั้นหลบหนีมาอยู่กรุงเทพมหานครและกำลังจะเดินทางลงใต้ จึงได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนางสาวอรมรัตน์ฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมว่าก่อนเกิดเหตุตนได้ให้เพื่อนหญิงชื่อ “เจน” อยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ยืมสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็มพร้อมรหัส ให้กับเพื่อนคนดังกล่าว ซึ่งเป็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน หลังจากให้บัญชีธนาคารไปแล้ว ต่อมาตนก็ไม่ได้ติดต่อเพื่อนคนดังกล่าวและมาโดนหมายจับในวันนี้
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ.
โทร.085-9055967
